About SiRS
โครงการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในโรงเรียนชนบท
โครงการเรียนรู้วิทยาศาสตร ์และเทคโนโลยีในโรงเรียนชนบท:Science in Rural Schools ; SiRS ที่มาของโครงการ จากแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในเรื่องการพัฒนาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นทุรกันดาร ด้วยพระเมตตาที่จะช่วยให้เด็กและเยาวชนเหล่านั้น มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่อาศัยในถิ่นทุรกันดาร ได้รับการพัฒนามากขึ้นทั้งในด้านปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพ และในด้านการพัฒนาการใช้ประโยชน์และอยู่ร่วมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ในการนี้ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ทำหน้าที่วิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ จึงได้จัดตั้งโครงการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในโรงเรียนชนบท(Science in Rural Schools ; SiRS) ขึ้นในปี พ.ศ. 2540 เพื่อดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับครูและนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน น่าน สกลนคร ฉะเชิงเทรา พังงา และนราธิวาส โดยมุ่งเน้นที่การพัฒนาคุณภาพครูวิทยาศาสตร์ และการส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารมีความสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์ เกิดกระบวนการเรียนรู้ กระบวนการคิดที่เป็นเหตุเป็นผล เพื่อนำไปปรับใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันและอนาคต เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารให้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความเข้าใจและสร้างจิตสำนึกในการช่วยเหลือสังคมชนบท ให้แก่นักวิจัยรุ่นใหม่ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศที่ได้อาสาเข้ามาร่วมดำเนินงานในโครงการนี้ วัตถุประสงค์ 1. ส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร จากการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่หลากหลายเช่นโครงงานวิทยาศาสตร์ ค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ นิทรรศการงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ วันเด็ก การสร้างสื่อการเรียนรู้ และการทัศนศึกษา 2. เสริมสร้างความสามารถและพัฒนาศักยภาพของครูในพื้นที่ปฏิบัติการ ในการพัฒนาการเรียนการสอนที่ส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับบริบทท้องถิ่นและชีวิตประจำวันของนักเรียนอย่างยั่งยืน โดยการอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น การวิจัยในชั้นเรียน การให้คำปรึกษา และติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง 3. สร้างเครือข่ายการทำงานระหว่างโครงการ SiRS และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในพื้นที่ปฏิบัติการ และสร้างโอกาสในการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้กับเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเด็กและเยาวชนที่ยั่งยืน
วัตถุประสงค์เชิงกิจกรรม 1. เพื่อกระตุ้นความสนใจ พัฒนาการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และทักษะทางวิทยาศาสตร์ของเด็กและเยาวชน และครูจากโรงเรียนในพื้นที่ปฏิบัติการ จากการจัดกิจกรรมและสนับสนุนกิจกรรมที่หลากหลาย ได้แก่ ค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ การอบรมเชิงปฏิบัติการ การจัดนิทรรศการงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ งานวันเด็ก กิจกรรมทัศนศึกษา และการสร้างสื่อการเรียนการสอน 2. เพื่อเสริมสร้างความสามารถและพัฒนาศักยภาพของโรงเรียนในพื้นที่ปฏิบัติการ ในการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การวิจัยในชั้นเรียน และใช้หลักสูตรวิทยาศาสตร์ท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับบริบทท้องถิ่นและชีวิตประจำวันของนักเรียนอย่างยั่งยืน โดยการอบรมเชิงปฏิบัติการ ให้คำปรึกษา และติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง 3. เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลและเว๊บไซต์ที่เป็นสื่อกลางระหว่างโครงการ SiRS กับโรงเรียน เพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถสืบค้นตัวอย่างกิจกรรมการเรียนการสอน เผยแพร่ข่าวสารของโครงการ ผลงานของนักเรียนและโรงเรียน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างพื้นที่ปฏิบัติการ 4. เพื่อสร้างเครือข่ายการทำงานระหว่างโครงการ SiRS และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในพื้นที่ปฏิบัติการ
เป้าหมาย 1.กระตุ้นความสนใจในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และพัฒนาการเรียนรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์ของเด็กและเยาวชน และครูจากโรงเรียนในพื้นที่ปฏิบัติการ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของการพัฒนาความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์ระดับต่อไป 2.เพื่อเสริมสร้างความสามารถและศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนในพื้นที่ปฏิบัติการ ที่มีอยู่แล้วในระดับหนึ่ง ให้เพิ่มขีดความสามารถทางการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ทั้งในและนอกโรงเรียน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการนำความรู้ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปประยุกต์ ใช้ในด้านต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน ผลกระทบเชิงเศรษฐศาสตร์ สังคม และสิ่งแวดล้อม 1. ผลของโครงการฯ ต่อคณะครู คาดว่าจะทำให้ครูผู้สอนได้พัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนการสอนของตนเอง มีการเชื่อมโยงและบูรณาการความรู้จากทุกกลุ่มสาระการเรียนเพื่อเชื่อมโยงไปสู่ชีวิตประจำวันของนักเรียน 2. ผลของโครงการฯ ต่อนักเรียนซึ่งเป็นเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร คาดว่าจะทำให้นักเรียนมีความสนใจต่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และมีทักษะทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น สามารถนำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันได้ 3. ผลของโครงการฯ ต่อเครือข่ายการทำงานพัฒนาการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในพื้นที่ปฏิบัติการ คาดว่าจะช่วยสร้างความประสานสัมพันธ์ ก่อให้เกิดความร่วมมือในการปฏิบัติงานของทุกฝ่าย ทำให้เกิดความแข้มแข็ง การปฏิบัติงานสำเร็จตามวัตถุประสงค์โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สรุปภาพรวมผลงาน 12 ปีที่ผ่านมา โครงการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในโรงเรียนชนบท(Science in Rural Schools ; SiRS) เริ่มกิจกรรมการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในโรงเรียนชนบทในปีพ.ศ. 2540 และก่อตั้งอย่างเป็นทางการโดยการสนับสนุนงบประมาณจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ในปี พ.ศ. 2543 เพื่อดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับครูและนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน น่าน สกลนคร ฉะเชิงเทรา พังงา และนราธิวาส โดยมุ่งเน้นที่การพัฒนาครูวิทยาศาสตร์ และการกระตุ้นให้เด็กและเยาวชนมีความสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์ เกิดกระบวนการเรียนรู้ กระบวนการคิดที่เป็นเหตุเป็นผล เพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและอนาคต เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารให้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความเข้าใจและสร้างจิตสำนึกในการช่วยเหลือสังคมชนบท ให้แก่นักวิจัยรุ่นใหม่ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศที่ได้อาสาเข้ามาร่วมดำเนินงานในโครงการนี้ ผลการดำเนินงาน 12 ปีที่ผ่านมาในแต่ละพื้นที่ปฏิบัติการสรุปได้ดังนี้ ผลการดำเนินงานในจังหวัดแม่ฮ่องสอน นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 โครงการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในโรงเรียนชนบท (SiRS) ไบโอเทค ร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี และหน่วยงานพันธมิตร เข้าไปพัฒนาการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอนเขต 1 และเขต 2 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี โดยมุ่งเน้นให้นักเรียนมีกระบวนการเรียนรู้ และกระบวนการคิดที่เป็นเหตุเป็นผลผ่านกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ ทำให้พัฒนาการของครูและนักเรียนในพื้นที่ด้านการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มีผลงานที่เห็นในเชิงประจักษ์หลายด้าน เช่นการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์โดยโครงงานวิทยาศาสตร์ การจัดค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียนโดยครูในพื้นที่ที่มีศักยภาพ กิจกรรมชมรมครูวิทยาศาสตร์ รวมทั้งการริเริ่มจัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์เมืองสามหมอกในปี พ.ศ. 2543 เป็นต้น นอกจากนี้ โครงการ SiRS ได้สนับสนุนให้โครงงานวิทยาศาสตร์ที่ชนะการประกวดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้าไปประกวดในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สำหรับศูนย์ภาคเหนือตอนบน 17 จังหวัด และชนะการประกวดหลายรางวัล เช่น * ในปี 2550 โครงงานวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการชนะเลิศรางวัลดาวเงินและรางวัลดาวทองจำนวน 17 โครงงาน เข้าประกวดในงาน “สัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ส่วนภูมิภาค” ภาคเหนือตอนบน ประจำปี 2550 ที่จัดขึ้น ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 15-18 สิงหาคม 2550 ที่ผ่านมา ภายใต้หัวข้อการจัดงาน “วิทยาศาสตร์สร้างปัญญาในสังคม” ได้รับรางวัลจำนวน 6 โครงงานฯ (จากโครงงานวิทยาศาสตร์ที่มีผู้ส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 175 โครงงาน) และอีก 9 โครงงานที่ได้รับการตัดสินให้อยู่ในเกณฑ์ดี * ในปี 2551 นักเรียนในพื้นที่ปฏิบัติงาน จังหวัดแม่ฮ่องสอนส่งโครงงานเข้าประกวดรวม 29 โครงงาน โดยมีโครงงานวิทยาศาสตร์จากโรงเรียนต่าง ๆ ของพื้นที่ภาคเหนือตอนบนจำนวน 17 จังหวัด เข้าร่วมประกวด จำนวนทั้งสิ้น 469 โครงงาน และโครงงานที่สนับสนุนโดยโครงการ SiRS จ.แม่ฮ่องสอน ได้รับรางวัลต่าง ๆ ดังนี้ รางวัลที่ 1 จำนวน 2 โครงงาน (ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สาขากายภาพ และสาขาวิทยาศาสตร์ประยุกต์) รางวัลที่ 2 จำนวน 1 โครงงาน (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สาขากายภาพ) รางวัลชมเชย จำนวน 2 โครงงาน (ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สาขาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สาขากายภาพ) และรางวัล “โครงงานเกณฑ์ดี” จำนวน 17 โครงงาน นับเป็นความสำเร็จที่สร้างความภาคภูมิใจแก่คณาจารย์และนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในโรงเรียนชนบทเป็นอย่างยิ่งและเป็นกำลังใจให้กับนักเรียนที่มีความสนใจทางด้านวิทยาศาสตร์ได้เรียนรู้และศึกษาต่อในสาขาวิชาแขนงนี้ อีกทั้งยังเป็นตัวอย่างที่ดีต่อนักเรียนคนอื่นๆ จากหลายๆโรงเรียนถึงผลลัพธ์จากการเป็นเด็กนักเรียนที่ขยัน อดทน และมีความตั้งใจแน่วแน่ในการศึกษาหาความรู้ นอกจากนี้ เมื่อวันพุธที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2551 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเข็มเชิดชูเกียรติ ระดับ 2 แก่ ดร.เฉลิมพล เกิดมณี นักวิจัยไบโอเทค และ นายสุรเดช พหลโยธินผู้ประสานโครงการ SiRS ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน และอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากเป็นผู้ปฏิบัติงานโครงการตามพระราชดำริฯ เป็นระยะเวลามากกว่า 10 ปี และมีส่วนสำคัญยิ่งในการพลิกรูปแบบการจัดการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับครูในโรงเรียนชนบท พื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน อันจะเห็นได้จากศักยภาพของครูที่เปลี่ยนไปอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การจัดการเรียนการสอนโดยผ่านการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ หรือการจัดการเรียนการสอนในทุกกลุ่มสาระวิชาโดยมีกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ผลการดำเนินงานในจังหวัดสกลนคร นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 โครงการ SiRS เข้าไปพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ให้กับโรงเรียนในโครงการพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในอำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร จำนวนทั้งสิ้น 29 โรงเรียน ประกอบด้วย ระดับมัธยม จำนวน 8 โรงเรียน และระดับประถม จำนวน 21 โรงเรียน โดยได้ดำเนินงานส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพบุคลากร ทั้ง ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไป แบ่งตามลักษณะของกิจกรรมออกเป็น 4 ประเภทด้วยกัน คือ 1. การจัดกิจกรรมค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้กับเด็กนักเรียนในโรงเรียนเครือข่ายฯ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้นักเรียนสามารถศึกษาความรู้ได้จากประสบการณ์ตรงผ่านกิจกรรมค่ายเรียนรู้ต่างๆ โดยมีการบูรณาการเนื้อหาวิชาจากกลุ่มสาระการเรียนรู้ สอดแทรกทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ผลงานที่ผ่านมาได้แก่ การจัดค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากธรรมชาติ(ดิน น้ำ ลม ไฟ) ค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากดีเอ็นเอ ตอน ม่วนอีหลีกับดีเอ็นเอ ค่ายเปิดโลกจุลินทรีย์ ค่ายโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า(สสส) ค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากน้ำ ค่ายนักจัดการขยะน้อย : เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของพวกเรา ค่ายสนุกคิดกับโครงงานวิทยาศาสตร์ เป็นต้น 2. การจัดอบรมและสัมมนาทางวิชาการ เพื่อเพิ่มพูนทักษะ พัฒนาเทคนิคการจัดการเรียนการสอนและการทำโครงงาน รวมถึงการทำสื่อการเรียนรู้ ให้กับครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง โดยผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง โรงเรียนท้องถิ่นฐานวิทยาศาสตร์ ที่เน้นเรื่องการสอดแทรกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เข้าไปในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ทำให้นักเรียนมีความสุขในการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลให้เด็กเกิดความสนใจ และพร้อมที่จะการเรียนรู้และรับสิ่งใหม่ๆ ภายใต้ชื่อ โครงการโรงเรียนท้องถิ่นฐานวิทยาศาสตร์ ให้กับโรงเรียนนำร่องที่เข้าร่วม จำนวน 2 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านบอนสหราษฎร์อุทิศ และโรงเรียนบ้านม่วงวิทยา (ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยมีเป้าหมายว่า จะตั้งเป็นโรงเรียนตัวอย่างสำหรับดูงานของโครงการต่อไป) การอบรมการผลิตสื่อ:เกมวิทยาศาสตร์ การอบรมโครงงานวิทยาศาสตร์ ซึ่งขยายผลต่อด้วยกิจกรรมคลีนิกโครงงาน และการร่วมงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในโรงเรียนชนบท ปี 2551 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของกลุ่มโรงเรียนโครงการ SiRS เป็นต้น 3. การจัดทัศนศึกษาดูงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงการดูงานทางด้านการศึกษา เพื่อให้ครูสามารถนำความรู้ที่ได้ไปขยายผลต่อให้กับนักเรียน และสามารถเป็นที่ปรึกษาโครงงานให้กับนักเรียนได้ จากการทัศนศึกษา สวทช. งาน NAC งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น 4. การจัดนิทรรศการทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยจัดเวทีให้ครูและนักเรียนได้นำเสนอโครงงานของนักเรียน ซึ่งเป็นการขยายผลจากการอบรมโครงงานและคลีนิกโครงงาน ได้แก่ กิจกรรมงานวันวิทยาศาสตร์ถิ่นกุสุมาลย์ ร่วมกับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนคร เขต 1 ชมรมครูวิทยาศาสตร์ อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร (ซึ่งโครงการ SiRS ได้ผลักดันให้มีการร่วมกลุ่ม และก่อตั้งขึ้น ในปี 2549) และกลุ่มโรงเรียนในอำเภอกุสุมาลย์ ซึ่งผลงานเด่นจะได้นำมาเสนอผลงานในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำทุกปี ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายกลุ่มทางด้านวิชาการ ในการเข้าร่วมเป็นกรรมการตัดสิน ทำให้เกิดการร่วมกลุ่มของคณะทำงานจากโรงเรียนต่างๆ ภายในอำเภอเป็นครั้งแรก สร้างให้เกิดประสบการณ์ทำงานในด้านต่าง ๆ และการเพิ่มพูนทักษะและความรู้ให้กับครูในการเป็นที่ปรึกษาและคณะกรรมการตัดสินโครงงาน รวมทั้งการดำเนินงานกับหน่วยงานเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นการจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ และงานวันวิทยาศาสตร์ กับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสกลนคร มูลนิธิสุวิตา และชมรมครูวิทยาศาสตร์ อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร ทั้งนี้ยังรวมถึงการขยายผลให้การสนับสนุนในการจัดงานวันวิทยาศาสตร์ระดับโรงเรียนให้กับโรงเรียนบ้านนาเพียงวิทยานุกูล ซึ่งถือว่าเป็นโรงเรียนแห่งแรกในอำเภอที่ตื่นตัวและมีการจัดงานประกวดโครงงานขึ้น ทำให้นักเรียนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนทางด้านวิชาการ และสร้างบรรยายกาศแห่งการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพื้นที่ ผลการดำเนินงานในจังหวัดพังงา เหตุการณ์สึนามิ ในวันที่ 26 ธ.ค 2547 ทำให้เกิดความเสียหายกับหลายโรงเรียนในจังหวัดพังงา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินการพัฒนาทางด้านการศึกษาให้แก่โรงเรียนในชุมชน สำหรับการพัฒนาการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์นั้น โครงการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในโรงเรียนชนบท (SiRS) ได้เข้าไปมีส่วนร่วมนับแต่ปี 2549 ให้กับ 4 โรงเรียนใน อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา โดยสนับสนุนการจัดอบรมแก่คณะครูให้มีความเข้าใจในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้เพิ่มขึ้น อีกทั้งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน การทำโครงงานวิทยาศาสตร์ และปรับใช้ร่วมกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆได้ อาทิ การจัดอบรมเรื่อง “การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา” “การส่งเสริมการอ่าน คิด วิเคราะห์สำหรับเด็ก” และ การฝึกอบรมวิทยากรแกนนำ “โครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า” เป็นต้น นอกจากนี้ โครงการ SiRS ยังจัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์เพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียนในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์อย่างสนุกสนาน และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ อาทิ การจัดค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ “จัดการขยะเพื่อชีวิตที่ดีกว่า” และ “เปิดโลกมหัศจรรย์จุลินทรีย์” กิจกรรมดังกล่าวส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการฝึกทดลองจริงด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบที่จัดขึ้นทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ในปี 2551 โครงการ SiRS ได้ส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับโรงเรียนบ้านทุ่งรักชัยพัฒน์และโรงเรียนอื่นๆในพื้นที่จังหวัดพังงาที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม รวมทั้งสิ้น 4 แนวทาง คือการพัฒนาบุคลากร การจัดค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การทัศนศึกษา และงานนิทรรศการ ผลการดำเนินงานในจังหวัดนราธิวาส พื้นที่ป่าบริเวณรอยต่อของประเทศไทย-มาเลเซีย พื้นที่ป่าฮาลา – บาลา และป่าพรุสิรินธร จ.นราธิวาส เป็นพื้นที่เฉพาะที่มีความหลากหลายของทรัพยากรพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์อย่างมากมาย รวมทั้งความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ในปี พ.ศ. 2543 โครงการเรียนรู้วิทยาศาสตร ์และเทคโนโลยีในโรงเรียนชนบท ร่วมกับโครงการสำรวจและรวบรวมพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับป่าภาคใต้ ได้ริเริ่มจัดกิจกรรมที่เน้นการกระตุ้นให้ครูและนักเรียนเกิดความสนใจในวิทยาศาสตร์ และพัฒนากระบวนการเรียนรู้ กระบวนการคิดที่เป็นเหตุเป็นผล ที่เชื่อมโยงกับการอนุรักษ์ความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น จากการจัดค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากธรรมชาติ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรมากมายโดยใช้ความรู้และกระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์ให้นักเรียนได้คิดเอง ทำเอง แก้ปัญหาเอง และกิจกรรมต่อเนื่องในการสร้างความสามารถและศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนที่มีอยู่แล้วในระดับหนึ่ง ให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถทางการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ โดยเริ่มจากโรงเรียนเทพประทาน(บ้านเจ๊ะเด็ง) ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ติดป่าบาลามากที่สุด ดำเนินกิจกรรมการอนุรักษ์ผืนป่า จนก่อเกิดเป็นเครือข่าย “รักษ์ป่าบาลา” โดยการรวมตัวของหน่วยงานในพื้นที่ และโรงเรียนต่าง ๆ ได้แก่ กรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โรงเรียนเครือข่ายจำนวน 16 โรงเรียนในปี พ.ศ. 2550 และ เพิ่มเป็น 17 โรงเรียนในปี พ.ศ. 2551 (โรงเรียนวัดพระพุทธ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส) ได้แก่ โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) ในพื้นที่ป่าบาลา โรงเรียนตำรวจตระเวณชายแดน (ตชด.) ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ทั้งนี้สมาชิกในเครือข่ายมีส่วนร่วมในการอบรมเยาวชนพื้นที่ป่าบาลา จากการสนับสนุนวิทยากร และงบประมาณจากไบโอเทค โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนเกิดจิตสำนึกหวงแหนผืนป่าฮาลาบาลาที่อุดมสมบูรณ์ และรู้จักใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างถูกวิธี ทั้งนี้จากการขยายผลของโรงเรียนเทพประทาน (บ้านเจ๊ะเด็ง) โดยจัดตั้งกลุ่มเยาวชนรักษ์ป่าบาลา โดยมีกิจกรรม 1) กิจกรรมการเกษตรพอเพียงเพื่อการอนุรักษ์ เช่นการเลี้ยงเป็ดจากอาหารธรรมชาติ เน้นการลดต้นทุนโดยเยาวชนจะนำวัตถุดิบที่เหลือใช้ในครัวเรือน และโรงเรียนมาเป็นอาหาร ตลอดจนใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น (ต้นสาคู กากมะพร้าว) มาเป็นอาหารเสริม การปลูกผักปลอดสารพิษ เน้นการใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพจากพืช ปุ๋ยคอกจากมูลสัตว์ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี กลุ่มเลี้ยงปลาน้ำจืด เน้นการใช้มูลเป็ดและเศษวัชพืชเป็นอาหารเสริม เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการผลิต โดยหน่วยปฏิบัติการวิจัยร่วมทางธรรมชาติวิทยาป่าพรุและป่าดิบชื้นฮาลาบาลา ไบโอเทคเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียน 2) กิจกรรมการอนุรักษ์เพื่อการท่องเที่ยว เช่น ดิเกฮูลู เป็นการแสดงทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น ที่ได้รับการถ่ายทอดจากครูเพลงในชุมชน ปัจจุบันได้นำบทเพลงเกี่ยวกับการอนุรักษ์เข้าสอดแทรกเพื่อกระตุ้นให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อการร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรในท้องถิ่น นาฎศิลป์ เน้นการถ่ายทอดแสดงบทเพลงเพื่อธรรมชาติ ผ่านท่าทางการร่ายรำที่สวยงาม กลุ่มยุวมัคคุเทศก์ของกลุ่มรักษ์ป่าบาลา และ 3) กิจกรรมวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ เน้นการสร้างจิตสำนึก และการฝึกทักษะให้กับเยาวชนและชุมชน เกิดความตระหนักและหวงแหนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสร้างสรรค์กิจกรรมผ่านกระบวนการเรีนรู้ที่หลากหลายได้แก่ กิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์ โครงงานวิทยาศาสตร์ งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ เพื่อดำเนินกิจกรรมตาง ๆ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีในการถ่ายทอดกระบวนการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างรู้คุณค่าและยั่งยืน ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ในปี 2551 กลุ่มเยาวชนรักษ์ป่าบาลา โดยโรงเรียนเทพประทาน (บ้านเจ๊ะเด็ง) ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวครั้งที่ 10 ประเภทเยาวชน ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2551 ในงาน “หนึ่งทศวรรษรางวัลลูกโลกสีเขียว”
สรุปภาพรวมผลงานปี พ.ศ. 2549 โครงการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในโรงเรียนชนบท (Science in Rural Schools : SiRS) แผนงานส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดำเนินงานภายใต้แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมุ่งเสริมสร้างให้โรงเรียนที่อยู่ในโครงการมีความสามารถและศักยภาพ ที่จะเข้าถึงองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปฏิรูปการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อันจะส่งผลให้นักเรียนได้นำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้เป็นเครื่องมือในการดำรงชีวิตประจำวันให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น วัตถุประสงค์ของโครงการ คือ การส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้กับเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร โดยผ่านการพัฒนาทักษะและเทคนิคการเรียนการสอนของครูให้นำทักษะกระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร์ไปบูรณาการในการจัดการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระ เพื่อกระตุ้นเด็กและเยาวชนให้เกิดความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์และกิจกรรมค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนจึงได้มีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับภูมิปัญญาและทรัพยากรในท้องถิ่น จัดทำเป็นสื่อในการเรียนรู้ ผลการดำเนินงานโครงการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในโรงเรียนชนบทในรอบปีที่ผ่านมา เมื่อพิจารณาจากการกำหนดเกณฑ์ของโครงการ (Project Basis) ทั้ง 4 โครงการ แล้ว พบว่า การพัฒนาบุคลการ ได้ดำเนินการจัดอบรมและสัมมนาให้กับบุคลากรทางด้านการศึกษา เยาวชน ภิกษุสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมและประชาชนทั่วไป ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน น่าน สกลนคร นราธิวาส และกาญจนบุรี เพื่อพัฒนาทักษะทางด้านการเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่ใช้ทักษะกระบวนการคิดและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การทำโครงงานวิทยาศาสตร์และโครงงานบูรณาการ การจัดทำสื่อการเรียนรู้ ด้านเทคโนโลยี อาชีพเสริมรายได้ให้กับชุมชน จำนวนทั้งสิ้น 28 ครั้ง โดยโครงการได้ดำเนินงานเอง จำนวน 25 ครั้ง และสนับสนุนงบประมาณให้หน่วยงานในพื้นที่ จำนวน 3 ครั้ง มีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งหมด จำนวน 125 โรงเรียน มีผู้เข้าร่วมและผู้ได้รับประโยชน์จำนวนทั้งสิ้น 1,393 คน ผลจากการดำเนินงานส่งผลให้บุคลากรทางด้านการศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงได้พัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น สามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียน ทำให้เกิดการทำวิจัยในชั้นเรียน เป็นที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ที่นำไปบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ได้ มีผลให้นักเรียนได้เป็นตัวแทนของเขตพื้นที่การศึกษาเข้าประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับภาคเหนือตอนบน ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยได้รับรางวัลจำนวนมากถึง 9 โครงงาน ซึ่งถือว่าเป็นการกระตุ้นและสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งครูและนักเรียนได้เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ มีการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ จำนวน 2 แห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินงาน คือ เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนที่โรงเรียนพระราชทานทับละมุ อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา โดยเส้นทางศึกษาธรรมชาติศูนย์ภูฟ้าพัฒนา ได้ดำเนินการพัฒนาสภาพเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 300 เมตร สำรวจข้อมูลและจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับพันธุ์พืช (เฉพาะประเภทไม้ยืนต้น) และพันธุ์นก โดยนักวิจัยจากห้องปฏิบัติการนิเวศวิทยา ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ซึ่งข้อมูลที่ได้จะนำมาใช้ในการจัดนิทรรศการและจัดกิจกรรมให้กับนักเรียนและผู้สนใจ สำหรับเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนโรงเรียนพระราชทานทับละมุ จังหวัดพังงา ได้ดำเนินการสำรวจ เส้นทางป่าชายเลนที่เป็นสะพานทางเดินทำจากไม้เนื้อแข็งตลอดเส้นทาง ระยะทาง 200 เมตร (สนับสนุนการสร้างเส้นทาง โดย สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3) พบว่า บริเวณทางเข้าไม่มีป้ายแสดงข้อมูล มีจุดพัก จำนวน 2 จุด ทางโครงการจึงจะดำเนินการพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติของนักเรียนและชุมชน โดยจะดำเนินการสำรวจข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพ อาทิ พันธุ์พืชและพันธุ์นก เพื่อนำข้อมูลจากการสำรวจมาจัดทำป้ายสื่อความหมายตามเส้นทาง จัดทำคู่มือประกอบกิจกรรม และดำเนินการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลน การจำแนกวงศ์พืช การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น การจัดค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ได้ดำเนินการจัดค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้กับครูและเยาวชน จำนวนทั้งสิ้น 34 ครั้ง โดยโครงการดำเนินการเอง จำนวน 13 ครั้ง และสนับสนุนเงินงบประมาณให้กับโรงเรียน จำนวน 21 ครั้ง มีครูและนักเรียน รวมทั้งบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดจำนวน 3,500 คน จาก140 โรงเรียน ส่วนใหญ่เป็นค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากธรรมชาติตามบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยเน้นในเรื่องที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยเน้นในเรื่องทักษะกระบวนการคิดและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และเกิดความสนใจเรียนรู้วิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น ส่งเสริมการรวมกลุ่มเป็นวิทยากรของครูและบุคลากรทางการศึกษา ในการนำประสบการณ์ที่ได้รับในการจัดค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ไปขยายผล ทำให้เกิดวิทยากรแกนนำ จำนวน 550 คน สำหรับการจัดทำคู่มือการจัดค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในปีนี้ มีจำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ ค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากสตรอเบอรี่ (ค่ายสตรอเบอรี่ของฉัน) ค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากอ้อย (ค่ายวันเด็กรักษ์อ้อย) และค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์วิถีพุทธสำหรับนักเรียนสามเณร นอกจากนั้น ยังมีคู่มือการจัดค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการอีก จำนวน 2 เรื่อง ได้แก่ ค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากดีเอ็นเอ/จีเอ็มโอ และค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ จากข้าวไร่ การจัดนิทรรศการทางวิชาการ ทัศนศึกษา และการติดตามผล มีการดำเนินการจัดนิทรรศการเพื่อกระตุ้นให้เกิดความสนใจทางด้านวิทยาศาสตร์ และเผยแพร่ข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์องค์กร โดยการร่วมจัดงานนิทรรศการวิชาการในพื้นที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน น่าน นราธิวาส สกลนคร เชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา และพังงา จำนวนทั้งสิ้น 16 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมจัดนิทรรศการ จำนวน 1,664 คน และมีผู้เข้าชมนิทรรศการ จำนวน 7,042 คน มีเนื้อหาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การนำเสนอข้อมูลวิชาการ การประกวดและนำเสนอผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์ การแข่งขันทักษะทางวิชาการ การเล่นเกมวิทยาศาสตร์ Science Show และการทดลองวิทยาศาสตร์อย่างง่าย เพื่อให้เหมาะกับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาไปจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย นอกจากนั้น ยังได้ร่วมจัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2006 ได้นำเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์เด่นในพื้นที่ปฏิบัติงาน ซึ่งได้รับความสนใจจากเยาวชน ตลอดจนบุคคลทั่วไปเป็นจำนวนมาก การจัดทัศนศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีการดำเนินงานทั้งสิ้น จำนวน 12 ครั้ง ในพื้นที่จังหวัดน่าน แม่ฮ่องสอน นราธิวาส สกลนคร และฉะเชิงเทรา โดยเน้นการทัศนศึกษาดูงาน แหล่งเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงการดูงานในพื้นที่ที่มีจุดเด่นด้านต่าง ๆ เพื่อให้สามารถนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในการพัฒนาให้สอดคล้องกับทรัพยากรในพื้นที่ของตน มีการจัดสัมนาวิชาการ ร่วมกับคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในหัวข้อเรื่อง “การวิจัยเชิงปฏิบัติการวิถีปฏิรูปสู่โรงเรียนแห่งการเรียนรู้” เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประสบการณ์จากการดำเนินการวิจัยของโรงเรียนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และสถาบันการศึกษาทั่วภาคเหนือที่เข้าร่วมการเสนอผลงาน ซึ่งเป็นผลให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูได้รับแนวคิดและเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยการนำผลการวิจัยในชั้นเรียนไปใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาและสามารถนำความรู้ไปพัฒนางานวิจัยเพื่อเพิ่มศักยภาพของโรงเรียน และสำหรับการติดตามผลการดำเนินงาน มีการร่วมประชุมกับคณะครู และเยี่ยมโรงเรียนเพื่อติดตามผลการดำเนินงานจำนวน 29 ครั้ง ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน น่าน และสกลนคร เป็นผลทำให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูเกิดความกระตือรือร้น และสนใจเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงการเขียนโครงการเข้ามาขอรับการสนับสนุน ในการจัดกิจกรรมขยายผล พร้อมทั้งให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เป็นอย่างดี ทำให้โครงการสามารถดำเนินงานได้ตามแผนการดำเนินงานที่วางไว้ได้อย่างต่อเนื่อง
สรุปภาพรวมผลงานปี พ.ศ. 2550 จากการดำเนินงานของโครงการในปี พ.ศ. 2550 โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานของโครงการ ทั้ง 4 กิจกรรม ดังนี้ การจัดค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โครงการ ฯ ดำเนินการจัดค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้กับครูและเยาวชนเป็นหลัก ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน น่าน สกลนคร นราธิวาส พังงา ฉะเชิงเทรา กาญจนบุรี ตาก ฯลฯ โดยเน้นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล เพื่อให้เกิดทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และเกิดความสนใจเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้นและมีเนื้อหาที่หลากหลายมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งตลอดปีโครงการ ฯ สามารถจัดค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ได้ทั้งสิ้น จำนวน 36 ค่าย เช่น ค่ายเปิดโลกมหัศจรรย์จุลินทรีย์ จำนวน 5 ครั้ง ค่ายมหัศจรรย์ดีเอ็นเอ จำนวน 8 ครั้ง เป็นต้น มีครูและนักเรียนรวมทั้งบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนทั้งสิ้น 2,017 คน จาก 155 โรงเรียน นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับฝ่าย GHP จัดค่ายยกระดับสุขอนามัยในโรงเรียนซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนประจำอีกจำนวน 9 ค่าย ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน น่าน สกลนคร และฉะเชิงเทรา มีครูและนักเรียนรวมทั้งบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 494 คน จาก 41 โรงเรียน ดำเนินการสนับสนุนงบประมาณให้กับโรงเรียนที่อยู่ในโครงการ ฯ ไปขยายผลการจัดค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้กับเด็กและเยาวชน จำนวน 121 ค่าย ประกอบด้วยค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ต่าง ๆ เช่น ค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากน้ำ ค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านโครงงานวิทยาศาสตร์ ค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านภูมิปัญญาท้องถิ่น ค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากข้าว ค่ายวิทยาศาสตร์เดินทางไกลและพักแรม ค่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมป่าชุมชนกระเหรี่ยง เป็นต้น (รายละเอียดในภาคผนวก ก) มีครูและนักเรียน รวมทั้งบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้นจำนวน 9,711 คน จาก 119 โรงเรียน ผลการดำเนินการจัดค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สามารถทำให้นักเรียนผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับประสบการณ์การเรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์นอกห้องเรียน โดยเน้นให้ศึกษาผ่านธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมรอบตัว ตามบริบทของแต่ละพื้นที่ และนักเรียนมีความตระหนักว่าวิทยาศาสตร์ไม่เป็นเรื่องยาก และผสมกลมกลืนกับการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคน เด็กนักเรียนเหล่านี้น่าจะมีความรักในการศึกษาวิทยาศาสตร์มากขึ้น และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประยุกต์กับการเรียนหรือศึกษาต่อในอนาคตได้ สำหรับครู บุคลากรการศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมจะสามารถนำเอารูปแบบค่ายต่างๆที่หลากหลายไปใช้จัดขยายผลให้กับนักเรียนในโรงเรียนของตนเองได้ เป็นการเพิ่มศักยภาพครูให้มีความสามารถในการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในแต่ละพื้นที่ให้เข้มแข็งและมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น การพัฒนาบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดำเนินการจัดอบรม สัมมนา และอบรมเชิงปฏิบัติการ รวมถึงการจัดทัศนศึกษาดูงาน ให้กับบุคลากรทางด้านการศึกษา ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู ศึกษานิเทศก์ บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเด็กนักเรียนและเยาวชน ภิกษุสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาและประชาชนทั่วไป ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน น่าน เชียงใหม่ สกลนคร นราธิวาส พังงา และแพร่ จำนวนทั้งสิ้น 39 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมจำนวนทั้งสิ้น 1,917 รูป/คน มีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งหมด จำนวน 106 โรงเรียน และศูนย์ ศศช. อมก๋อย จำนวน 15 ศูนย์แกนนำ(นำร่อง 5 ศูนย์) (รายละเอียดในภาคผนวก ข.) โดยมีเนื้อหาดังนี้ คือ 1. การพัฒนาด้านหลักสูตร เช่น การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา การจัดการศึกษาตามหลักสูตรสถานศึกษาสำหรับชุมชนบนพื้นที่สูงของ ศศช.แม่ฟ้าหลวง และการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา จังหวัดพังงา เป็นต้น จำนวน 6 ครั้ง ให้การสนับสนุนจำนวน 1 ครั้ง มีผู้เข้าร่วม จำนวน 346 คน จาก 15 โรงเรียน และศูนย์ ศศช. อมก๋อย จำนวน 15 ศูนย์แกนนำ(นำร่อง 5 ศูนย์) 2. การพัฒนาด้านเทคนิคการสอน เช่น เรื่องทักษะกระบวนการคิดของเด็ก การผลิตสื่อการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอ่านในเด็กโดยใช้เทคโนโลยี การนำเรื่องวิทยาศาสตร์สุขภาพเป็นแกนในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และโครงการโรงเรียนท้องถิ่นฐานวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีการนำกระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร์ในการจัดรูปแบบการเรียนการสอน โดยมีโรงเรียนนำร่องในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน และสกลนคร เป็นต้น จำนวน 21 ครั้ง เป็นการสนับสนุน จำนวน 3 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 1,246 คน จาก 65 โรงเรียน 3. การพัฒนาด้านโครงงาน เช่น โครงงานวิทยาศาสตร์ และโครงงานแบบบูรณาการหรือวิทยาศาสตร์ประยุกต์ การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง คลีนิกโครงงาน รวมถึงการอบรมการเป็นกรรมการตัดสินโครงงานวิทยาศาสตร์ เป็นต้น จำนวน 4 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น จำนวน 202 คน จาก 26 โรงเรียน และ 4. การจัดทัศนศึกษาดูงาน จำนวน 8 ครั้ง มีการนำนักเรียนจาก 3 โรงเรียนมาร่วมงานค่ายความหลากหลายทางชีวภาพ ของโครงการค่ายวิทยาศาสตร์ถาวร การทัศนศึกษาของกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา การเยี่ยมชมงานประจำปีสวทช. (NAC 2007) และงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นการสนับสนุนงบประมาณให้สถาบันการศึกษาในพื้นที่ จำนวน 1 ครั้ง ได้แก่ โครงการทัศนศึกษาของโรงเรียนวัดปรางค์ จังหวัดน่าน ผลจากการดำเนินงานส่งผลให้บุคลากรทางด้านการศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล รวมทั้งได้พัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น สามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียน ซึ่งจะเป็นการกระตุ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งครูและนักเรียนได้เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี การจัดทำสื่อการเรียนรู้และนิทรรศการทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วน คือ การจัดทำสื่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และการจัดนิทรรศการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การจัดทำสื่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ดำเนินการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ จำนวน 2 แห่ง คือ 1. เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน โดยดำเนินการปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ที่มีบางส่วนของเส้นทางชำรุดเสียหาย เนื่องจากชุมชนในพื้นที่ใช้เส้นทางศึกษาธรรมชาติเป็นจำนวนมาก ให้กลับมาเป็นเส้นทางที่มีสภาพสมบูรณ์ และพร้อมสำหรับใช้ศึกษาเส้นทางธรรมชาติ 2. เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนที่โรงเรียนพระราชทานทับละมุ อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เป็นการดำเนินการร่วมกับภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำโครงการพัฒนาเส้นทางป่าชายเลนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชนบ้านทับละมุ นอกจากนี้ ได้มีการจัดทำคู่มือสื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจำนวน 3 เรื่อง คือ 1. จัดทำคู่มือเส้นทางธรรมชาติศูนย์ภูฟ้าพัฒนา โดยสนับสนุนให้ห้องปฏิบัติการนิเวศวิทยา ศชเป็นผู้รวบรวมเนื้อหาข้อมูลและวางแผน ซึ่งจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับพันธุ์พืช ประกอบด้วยข้อมูลพันธุ์ไม้ต่างๆ ในท้องถิ่น พันธุ์นก ชนิดของป่าประเภทต่างๆ และระบบนิเวศวิทยา สามารถนำไปใช้เป็นคู่มือศึกษาธรรมชาติให้กับเด็กและเยาวชน ตลอดจนผู้สนใจได้นำไปใช้ประโยชน์ 2. คู่มือแนวการจัดค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เป็นโครงการร่วมมือระหว่าง ศช. สำนักเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี เขต 1 และจังหวัดสุพรรณบุรี ในการจัดทำคู่มือโดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สันทนาการโดยใช้ทักษะทางวิทยาศาสตร์ในการจัดกิจกรรมเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดอบรมค่ายวิทยาศาสตร์แก่เด็กนักเรียน 3. คู่มือวิทยาศาสตร์สุขภาพสำหรับภิกษุสามเณร “โยคะทำไม ทำไมโยคะ” โดยได้นักวิจัย ศช. เป็นผู้แปลและเรียบเรียงมีรายละเอียดเกี่ยวกับ การทำสมาธิด้วยโยคะ สรีระวิทยาและกายวิภาค การจัดนิทรรศการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายจัดนิทรรศการในงานต่าง ๆ จำนวน 17 ครั้ง เช่น งานวิชาการสามเณรสัมพันธ์ จังหวัดน่าน งานวันเด็กกับการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ จังหวัดนราธิวาส งานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2550 ณ ตึกสันติไมตรีทำเนียบรัฐบาล งานวิทยาศาสตร์ถิ่นกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร งานรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา จังหวัดน่าน งานมหกรรมวิชาการโรงเรียนพระราชทานทับละมุ จังหวัดพังงา งานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับวิถีชีวิตเมืองในหมอก ครั้งที่ 7 จังหวัดแม่ฮ่องสอน งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2550 ไบเทคบางนา งานวิทยาศาสตร์พัฒนาภูมิปัญญาและทักษะชีวิตครั้งที่ 3 จังหวัดนราธิวาส งานมหกรรมวิทยาศาสตร์ จังหวัดสกลนคร การจัดงานวันเด็กที่ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา จังหวัดน่าน เป็นต้น ซึ่งในปีงบประมาณนี้ มีผู้เข้าชมนิทรรศการจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 15,660 คน และมีจำนวนนักเรียนร่วมจัดนิทรรศการ จำนวนทั้งสิ้น 1,082 คน การประสานงานและติดตามผล ดำเนินการประสานงาน ติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการดำเนินงานและความร่วมมือของหน่วยงาน โดยการร่วมประชุมกับผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และบุคลากรที่เกี่ยวข้องในพื้นที่หลัก ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ น่าน สกลนคร นราธิวาส และพังงา และพื้นที่รองได้แก่กาญจนบุรี และฉะเชิงเทรา จำนวนทั้งสิ้น 23 ครั้ง มีผู้เข้าร่วม จำนวน 1,281 คน อันเป็นผลทำให้ผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครูเกิดความกระตือรือร้น และสนใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งจะเห็นได้จากการแสดงความคิดเห็นในระหว่างการประชุมร่วมกัน อีกทั้งเกิดกิจกรรมต่อเนื่อง คือ การเขียนโครงการเข้ามาขอรับการสนับสนุนขยายผลการจัดกิจกรรมของโรงเรียน เกิดความร่วมมือในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เป็นอย่างดี ทำให้โครงการสามารถดำเนินงานได้ตามแผนการดำเนินงานที่วางไว้ได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ สรุปภาพรวมผลงานปี พ.ศ. 2551 จากการดำเนินงานของโครงการ SiRS ตลอดปี 2551 โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงาน ทั้ง 4 กิจกรรม ดังนี้ การจัดค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ดำเนินการจัดค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้กับครูและเยาวชน จำนวนทั้งสิ้น 112 ครั้ง โดยโครงการเป็นผู้ดำเนินการเอง จำนวน 21 ครั้ง สนับสนุนเงินงบประมาณให้กับโรงเรียน จำนวน 91 ครั้ง โดยเป็นงบประมาณที่สนับสนุนการจัดค่ายโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า จำนวน 79 ครั้ง มีครูและนักเรียน รวมทั้งบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดจากทุกกิจกรรม จำนวน 8,048 คน จาก 240 โรงเรียน โดยค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์มีเนื้อหาที่พัฒนา และปรับปรุงขึ้นมาจากหลักสูตรที่ใช้ในปีงบประมาณก่อน เช่น ค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง เปิดโลกจุลชีววิทยา มาลาเรีย เทคโนโลยีดีเอ็นเอและจีเอ็มโอ ค่ายวิทยาศาสตร์วิถีพุทธ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นใหม่ ได้แก่ ค่ายเรียนรู้อ่านเขียนเรียนภาษาไทย ค่ายวิศวกรรมศาสตร์ (การออกแบบและประดิษฐ์กล้องดูดาว) ค่ายนักเรียนแกนนำจัดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ เป็นต้น โดยเน้นกิจกรรมที่ผู้เข้าร่วมได้ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และเกิดความสนใจเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนอกจากการส่งเสริม (ดำเนินการเอง) แล้ว โครงการ SiRS ได้สนับสนุน (งบประมาณ ของรางวัล บุคลากรและข้อมูลวิชาการ) ให้หน่วยงานในท้องถิ่นจัดกิจกรรมให้กับเยาวชนเอง เพื่อเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ให้คณะครูในการจัดกิจกรรมนอกห้องเรียน นอกจากนี้ ในปีงบประมาณนี้ จากการสนับสนุนงบประมาณการจัดกิจกรรมค่ายให้กับกลุ่มครูทำให้เกิดการรวมกลุ่มของครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 11 จังหวัด ในการจัดค่ายโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้กระบวนการในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ที่สามารถเชื่อมโยงกับปัญหาเรื่องสุขภาพ สิ่งแวดล้อมในชุมชนได้อีกด้วย การพัฒนาบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดำเนินการจัดอบรม สัมมนา และอบรมเชิงปฏิบัติการด้านวิชาการ รวมถึงการจัดทัศนศึกษาดูงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้กับบุคลากรทางด้านการศึกษา ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู ศึกษานิเทศก์ บุคลากรที่เกี่ยวข้อง เยาวชน ภิกษุสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาและประชาชนทั่วไป ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน น่าน เชียงใหม่ สกลนคร และพังงา เพื่อพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่ยึดกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เป็นหลัก และพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ที่นำกระบวนการคิด และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ไปสอดแทรกในการเรียนการสอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ การทำโครงงานวิทยาศาสตร์และโครงงานบูรณาการ การจัดทำสื่อการเรียนการสอน และด้านเทคโนโลยี จำนวนทั้งสิ้น 42 ครั้ง โดยแบ่งเป็น การเรียนการสอนแบบบูรณาการที่ใช้สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเป็นแกน จำนวน 18 ครั้ง การจัดการเรียนรู้โดยผ่านการจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ จำนวน 22 ครั้ง และการทัศนศึกษาดูงาน จำนวน 2 ครั้ง โดยดำเนินงานเอง จำนวน 39 ครั้ง และสนับสนุนงบประมาณให้เครือข่ายในพื้นที่ จำนวน 3 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมจำนวนทั้งสิ้น 1,984 รูป/คน มีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งหมด จำนวน 226 โรงเรียน และศูนย์ ศศช. อมก๋อย จำนวน 102 ศูนย์ ผลจากการดำเนินงานส่งผลให้บุคลากรทางด้านการศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ รวมทั้งได้พัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น สามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียน ซึ่งจะเป็นการกระตุ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งครูและนักเรียนได้เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี การจัดทำสื่อการเรียนรู้และนิทรรศการทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วน คือ การจัดทำสื่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และ นิทรรศการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การจัดทำสื่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ดำเนินการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ จำนวน 3 แห่ง คือ (1) แหล่งเรียนรู้สวนสตรอเบอรี่ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ โดยร่วมกับโรงเรียนบ้านบ่อแก้ว และชุมชนบ้านบ่อแก้วจัดทำแหล่งเรียนรู้เรื่องสตรอเบอรี่ขึ้น เพื่อให้นักเรียนโรงเรียนบ้านบ่อแก้ว ได้ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้นอกชั้นเรียน และสร้างองค์ความรู้เรื่องสตรอเบอรี่ ให้นักเรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้พัฒนาอาชีพของครอบครัว และทางโรงเรียนได้มีการจัดทำเป็นเป็นแผนการเรียนรู้ในหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพิ่มเติม (2) แหล่งเรียนรู้ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากปีงบประมาณ 2550 โดยเกิดจากความร่วมมือระหว่างศูนย์ภูฟ้าพัฒนา กรมป่าไม้ และ โครงการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในโรงเรียนชนบท เพื่อใช้เป็นสถานที่ให้นักเรียนเยาวชนในท้องถิ่นได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพรรณไม้ สัตว์ ระบบนิเวศ และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม ปัจจุบันมีการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์อย่างต่อเนื่องและเปิดให้โรงเรียนใช้เป็นที่จัดกิจกรรมค่ายเรียนรู้มากมาย (3) แหล่งเรียนรู้เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน โรงเรียนพระราชทานทับละมุ จังหวัดพังงา มีการปรับปรุง พัฒนาอย่าง โดยโรงเรียนจัดให้มีการใช้แหล่งเรียนรู้ในการทำกิจกรรมของนักเรียนชุมนุมวิทยาศาสตร์ มีการศึกษาพรรณไม้บริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และมีปรับปรุงการจัดทำป้ายสื่อความหมายต่างๆ การจัดนิทรรศการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายจัดนิทรรศการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 20 ครั้ง แบ่งเป็น 3 ส่วนย่อย คือ งานนิทรรศการเกี่ยวกับงานวันเด็ก จำนวน 3 ครั้ง งานนิทรรศการเพื่อรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 4 ครั้ง และงานนิทรรศการวิชาการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 13 ครั้ง ซึ่งจาการจัดงานนิทรรศการ มีนักเรียนเข้าร่วมจัดกิจกรรม จำนวน 1,460 คน นักเรียนที่สนใจเข้าชมนิทรรศการ จำนวน 11,613 คน ครู และ บุคคลทั่วไป จำนวน 2,581 คน รวมทั้งสิ้น 15,654 คน การประสานงานและติดตามผล ดำเนินการประสานงาน ติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการดำเนินงานและความร่วมมือของหน่วยงาน โดยการการร่วมประชุมกับผู้บริหาร คณะครู และบุคลากรที่เกี่ยวข้องในพื้นที่การดำเนินงานหลัก ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ น่าน สกลนคร พังงา นราธิวาส และเชียงราย และพื้นที่รอง ได้แก่ นครนายก ปทุมธานี ตาก กาญจนบุรี และฉะเชิงเทรา จำนวนทั้งสิ้น 42 ครั้ง มีผู้เข้าร่วม จำนวนมากกว่า 1,000 คน เป็นผลทำให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูเกิดความกระตือรือร้น และสนใจเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงได้พัฒนาศักยภาพของบุคลากร อีกทั้งเกิดการดำเนินงานสืบเนื่องคือ การเขียนโครงการเข้ามาขอรับการสนับสนุนจัดกิจกรรมขยายผลของพื้นที่เอง พร้อมทั้งให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เป็นอย่างดี ทำให้โครงการสามารถดำเนินงานได้ตามแผนการดำเนินงานที่วางไว้ได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ นอกจากนี้การประชุมร่วมกับหน่วยงานสนับสนุนต่างๆ ทำให้เกิดความเข้าใจ วางแผนการดำเนินงานร่วมกัน และดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน
แผนการดำเนินงานและกิจกรรมในปี 2552 แผนการดำเนินงานโครงการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในโรงเรียนชนบทในปี พ.ศ. 2552 แยกตามพื้นที่ปฏิบัติการ 5 จังหวัด ดังมีรายละเอียดแต่ละพื้นที่ ดังนี้
แผนปฏิบัตงานในจ.แม่ฮ่องสอน ปี 2552 โครงการ SiRS ในพื้นที่จ.แม่ฮ่องสอน เน้นการพัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตร์ของครูและนักเรียนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยผ่านโครงการโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า ในการอบรมให้ความรู้กับคณะครู สนับสนุนการจัดค่ายให้กับนักเรียน การให้คำปรึกษาและสนับสนุนงบประมาณในการทำโครงงานให้กับนักเรียน รวมทั้งการจัดการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่าในงานวิทยาศาสตร์เมืองสามหมอก นอกจากนี้ยังมุ่งพัฒนาครูในเรื่องความรู้ความเข้าใจทางด้านวิทยาศาสตร์ผ่านโครงการอาหารกลางวันตามโครงการพระราชดำริ ด้วยค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากการเกษตรอาหารกลางวัน เพื่อให้ครูนำความรู้และกิจกรรมไปใช้ในการเรียนการสอน รวมทั้งมุ่งเสริมสร้างความสามารถของโรงเรียนในเครือข่ายโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ฐานวิทย์ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ทั้งโรงเรียนอย่างเป็นระบบอย่างยั่งยืน
แผนปฏิบัติงานในอ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ปี 2552 โครงการ SiRS ในพื้นที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เน้นการพัฒนาความรู้ความเข้าใจและทักษะทางวิทยาศาสตร์ของครูนิเทศ และครูอาสา กศน. โดยผ่านการอบรมในค่ายอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพป่าเขตร้อน และการจัดนิทรรศการของศศช.ต้นแบบ 5 ศศช. เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของเด็กชาวไทยภูเขา นอกจากนี้ยังมุ่งพัฒนาครูในเรื่องความรู้ความเข้าใจทางด้านวิทยาศาสตร์ผ่านโครงการอาหารกลางวันตามโครงการพระราชดำริ ด้วยค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากการเกษตรอาหารกลางวัน เพื่อให้ครูนำความรู้และกิจกรรมไปใช้ในการเรียนการสอน
แผนปฏิบัตงานในจ.สกลนคร ปี 2552 โครงการ SiRS ในพื้นที่จ.สกลนคร เน้นการพัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตร์ของครูและนักเรียนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยผ่านโครงการโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่าระยะที่ 2 ในการอบรมให้ความรู้กับคณะครู สนับสนุนการจัดค่ายให้กับนักเรียน การให้คำปรึกษาและสนับสนุนงบประมาณในการทำโครงงานให้กับนักเรียน รวมทั้งการจัดการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่าของโรงเรียนในเครือข่าย นอกจากนี้ยังมุ่งเสริมความรู้ความเข้าใจและทักษะทางวิทยาศาสตร์ให้กับครูผ่านค่ายเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากการเกษตรอาหารกลางวันในโครงการพระราชดำริ เพื่อให้ครูนำความรู้และกิจกรรมไปปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียน รวมทั้งการสร้างความสามารถของโรงเรียนในเครือข่ายโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ฐานวิทย์ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ทั้งโรงเรียนอย่างเป็นระบบอย่างยั่งยืน
แผนปฏิบัตงานในจ.พังงา ปี 2552 โครงการมหาวิทยาลัยกับชุมชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมกับโครงการ SiRS ไบโอเทค และเนคเทค มุ่งการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดพังงา สำหรับในบทบาทของโครงการ SiRS มีเป้าหมายให้มีหลักสูตรรายวิชา+แผนการสอน+สื่อที่ส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์กับการเกษตร (สำหรับ 4 โรงเรียน ได้แก่ รร.พระราชทานทับละมุ รร.คุระบุรี รร.ราชประชานุเคราะห์ 35 และรร.บ้านทุ่งรักชัยพัฒน์) เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปการเรียนรู้วิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบและยั่งยืน รวมทั้งพัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตร์ของครูและนักเรียนในพื้นที่ โดยผ่านโครงการโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า ในการอบรมให้ความรู้กับคณะครู สนับสนุนการจัดค่ายให้กับนักเรียน การให้คำปรึกษาและสนับสนุนงบประมาณในการทำโครงงานให้กับนักเรียน รวมทั้งการจัดการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่าของโรงเรียนในเครือข่ายในงานเด็กวิทย์คิดไกลกับไอที นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมกระตุ้นความสนใจของนักเรียนในพื้นที่โดยการสนับสนุนให้ครูและนักเรียนมาเข้าค่ายวิทยาศาสตร์ ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร การจัดค่ายวิทยาศาสตร์ทางทะเลโดยสร้างความร่วมมือใหม่กับฐานทัพเรือพังงา
แผนปฏิบัตงานในจ.นราธิวาส ปี 2552 โครงการ SiRS ในพื้นที่ จ.นราธิวาส เน้นการพัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตร์ท้องถิ่นเพื่อการอยู่ดีมีสุข เพื่อให้ครูและนักเรียนในพื้นที่ซึ่งอยู่ในสถานการณ์ความไม่สงบ ได้มีหลักสูตรวิทยาศาสตร์ท้องถิ่นที่ส่งเสริมให้เกิดการดูแลรักษาสุขภาพของตนเองอย่างยั่งยืน และเน้นการพัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตร์ของครูและนักเรียนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยผ่านโครงการโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า ในการอบรมให้ความรู้กับคณะครู สนับสนุนการจัดค่ายให้กับนักเรียน การให้คำปรึกษาและสนับสนุนงบประมาณในการทำโครงงานให้กับนักเรียน รวมทั้งการจัดการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่าของโรงเรียนในเครือข่ายรักษ์ป่าบาลา
หน่วยงานในความร่วมมือ 14.1 สำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (สสท.) 14.2 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 14.3 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) 14.4 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) 14.5 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) 14.6 มหาวิยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) 14.7 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) 14.8 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 14.9 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มรภ.สวนดุสิต) 14.10 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร 14.11 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร (มรภ.สกลนคร) 14.12 มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี 14.13 มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 14.14 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 และ 2 14.15 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนคร เขต 1 14.16 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาน่าน เขต 2 14.17 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพังงา 14.18 ศูนย์บริหารการศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ 14.19 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 14.20 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 5 14.21 ศูนย์บริหารการศึกษานอกโรงเรียน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ 14.22 กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 14.23 ชมรมครูวิทยาศาสตร์ อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร 14.24 ชมรมนักวิจัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนคร เขต 1 14.25 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ (สสส.) 14.26 บริษัทผาแดง อินดัสทรี จำกัด(มหาชน) 14.27 ชมรมเพื่อนชาวพรุศูนย์วิจัยป่าพรุสิรินธร จังหวัดนราธิวาส 14.28 ชมรมครูวิทยาศาสตร์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 และ 2 14.29 โครงการสำรวจและรวบรวมพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับป่าภาคใต้ (ฮาลา-บาลา) จังหวัดนราธิวาส 14.30 โรงเรียนเครือข่ายกลุ่มรักษ์บาลา จังหวัดนราธิวาส 14.31 สถานีวิจัยสัตว์ป่าฮาลา-บาลา จังหวัดนราธิวาส 14.32 ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่
รายชื่อโรงเรียนในโครงการ SiRS พื้นที่ 5 จังหวัด จำนวนทั้งสิ้น 88 โรงเรียน และ ศศช. จำนวน 109 ศูนย์ 1. จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 34 โรงเรียน
โรงเรียนสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 1 โรงเรียนปายวิทยาคาร อำเภอปาย 2. โรงเรียนอนุบาลปาย อำเภอปาย 3. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 22 อำเภอปาย 4. โรงเรียนปางมะผ้าพิทยาสรรพ์ อำเภอปางมะผ้า 5. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 34 อำเภอปางมะผ้า 6. โรงเรียนอนุบาลปางมะผ้า อำเภอปางมะผ้า 7. โรงเรียนห้องสอนศึกษา อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน 8. โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์แม่ฮ่องสอน อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน 9. โรงเรียนขุนยวมวิทยา อำเภอขุนยวม
โรงเรียนสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2
2. จังหวัดเชียงใหม่ (รวม ศศช. จำนวน 109 ศูนย์) จำนวน 112 โรงเรียน อำเภอฝาง 1. โรงเรียนแม่งอนขี้เหล็ก 2. โรงเรียนบ้านยาง 3. โรงเรียนทุ่งหลุก
อำเภออมก๋อย 4. โรงเรียนอมก๋อยวิทยา
ศูนย์ ศศช. จำนวน 108 ศูนย์
3. อ.กุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร จำนวน 28 โรงเรียน
4. จังหวัดพังงา จำนวน 5 โรงเรียน
5. จังหวัดนราธิวาส จำนวน 17 โรงเรียน โรงเรียน ตชด. จำนวน 5 โรงเรียน 1. โรงเรียน ตชด. บ้านละโอ อำเภอศรีสาคร 2. โรงเรียน ตชด. ตืองอฯ อำเภอศรีสาคร 3. โรงเรียน ตชด. บ้านลีนานนท์ อำเภอสุคิริน 4. โรงเรียน ตชด. บ้านไอร์บือแต อำเภอจะแนะ 5. โรงเรียน ตชด. การท่าอากาศยาน อำเภอรือเสาะ
โรงเรียนในกลุ่ม สพฐ (สปช.เดิม) จำนวน 12 โรงเรียน 6. โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นราธิวาส (ประถม-มัธยม) อำเภอแว้ง 7. โรงเรียนเทพประทานบ้านเจ๊ะเด็ง อำเภอแว้ง 8. โรงเรียนบ้านกูวา อำเภอแว้ง 9. โรงเรียนเทพประทานไทยยืนยง อำเภอแว้ง 10. โรงเรียนบ้านมูเก๊ะตา อำเภอแว้ง 11. โรงเรียนบ้านนูโร๊ะ อำเภอแว้ง 12. โรงเรียนบ้านยะหอ อำเภอแว้ง 13. โรงเรียนบ้านร่วมใจ อำเภอสุคิริน 14. โรงเรียนนิคมพัฒนา 10 (ประถม-มัธยม) อำเภอสุคิริน 15. โรงเรียนเวียงสุวรรณวิทยาคม (มัธยม) อำเภอสุคิริน 16. โรงเรียนเพลินพิศ อำเภอแว้ง 17. โรงเรียนวัดพระพุทธ อำเภอแว้ง จังหวัดน่าน โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาน่านเขต 2 - อำเภอบ่อเกลือ จำนวน 15 โรงเรียน 1.โรงเรียนบ้านบ่อหยวก 2.โรงเรียน บ้านขุนน้ำน่าน 3.โรงเรียนบ้านนาขวาง 4.โรงเรียนบ้านบ่อหลวง 5.โรงเรียนบ้านบ่อหลวงสาขาห้วยโป่ง 6.โรงเรียนบ้านนากอก 7.โรงเรียนบ้านนาคอก 8.โรงเรียนบ้านนาคอกสาขานาบง 9.โรงเรียนบ้านผักเฮือก 10.โรงเรียนบ้านยอดดอยวัฒนา 11.โรงเรียนบ้านยอดดอยวัฒนาสาขาน้ำหมาว 12.โรงเรียนบ้านห่างทางหลวง 13.โรงเรียนบ้านสบมาง 14.โรงเรียนท่านผู้หญิงสง่า อิงคุลานนท์ 15.โรงเรียนบ่อเกลือ
- อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 11 โรงเรียน 1.โรงเรียนบ้านห้วยโก๋น 2.โรงเรียนบ้านห้วยทรายขาว 3.โรงเรียนบ้านกิ่วจันทร์(เสรินทวัฒน์อุปถัมภ์) 4.โรงเรียนบ้านน้ำช้างพัฒนา 5.โรงเรียนบ้านน้ำรีพัฒนา 6.โรงเรียนหม่อมเจ้าเจริญใจจิตรพงศ์ 7.โรงเรียนบ้านด่าน 8.โรงเรียนบ้านบวกหญ้า 9.โรงเรียนบ้านเปียงซ้อ 10.โรงเรียนบ้านห้วยฟอง 11.โรงเรียนมัธยมพระราชทานเฉลิมพระเกียรติ กลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา จังหวัดน่าน จำนวน 12 โรงเรียน 1.โรงเรียนวัดราษฎร์บำรุง 2. โรงเรียนวัดบุญยืน 3.โรงเรียนวัดบ่อหลวงวิทยาธรรม 4.โรงเรียนวัดน้ำไคร้นันทชัยศึกษา 5.โรงเรียนวัดปรางค์ 6.โรงเรียนวัดดอนมงคลสันติสุขวิทยา 7.โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดนิโครธาราม 8.โรงเรียนพระปริยัติศาสนาภิพัฒน์วัดเมืองราม 9.โรงเรียนนันทบุรีวิทยา 10.โรงเรียนวัดนาราบวิทยา 11.โรงเรียนเชียงกลางปริยัติศึกษา 12. โรงเรียนพระปริยัติธรรมานุสรณ์วัดฟ้าสวรรค์ 13. โรงเรียนนันทจริมเขตศึกษา(อยู่ระหว่างการขอเข้าร่วมโครงการตามพระราชดำริฯ) จังหวัดแพร่ กลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา จังหวัดแพร่ จำนวน 7 โรงเรียน 1. โรงเรียนพุทธโกศัยวิทยา 2. โรงเรียนเชตวันวิทยา 3. โรงเรียนร้องเข็มวิทยา 4. โรงเรียนร้องแหย่งวิทยาคม 5. โรงเรียนวังฟ่อนวิทยา 6. โรงเรียนศรีคิรินทร์วิทยา 7. โรงเรียนสัมฤทธิบุญวิทยา จังหวัดเชียงราย กลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา จังหวัดเชียงราย จำนวน 20 โรงเรียน 1. โรงเรียนชยาภิวัฒน์วิทยา 2. โรงเรียนพุทธิวงศ์วิทยา 3. โรงเรียนโสภณจริยธรรมวิทยา 4. โรงเรียนวัดเจดีย์หลวงวิทย 5. โรงเรียนวัดอำมาตย์วิทยา 6. โรงเรียนวัดครึ่งใต้วิทยา 7. โรงเรียนวัดวิเชตร์มณี 8. โรงเรียนวัดสันหนองบัววิทยา 9. โรงเรียนวัดป่าตาลใต้ 10.โรงเรียนวัดไชยสถานวิทยา 11.โรงเรียนพุทธศาสตร์ศึกษา 12.โรงเรียนวัดแม่คำวิทยา 13.โรงเรียนบุญเรืองวิทยา 14.โรงเรียนวัดเวียงชัยพิทยา 15.โรงเรียนวัดฝั่งหมิ่นวิทยา 16.โรงเรียนวัดหมื่นพุทธวิทยา 17.โรงเรียนเวียงแก่นวิทยา 18.โรงเรียนวัดแก่นเหนือวิทยา 19.โรงเรียนวัดหนองบัวพิทยา 20โรงเรียนพระธาตุเวียงฮ่อปริยัติศึกษา 21.โรงเรียนวัดดงชัยพิทยา(อยู่ระหว่างการขอเข้าร่วมโครงการตามพระราชดำริฯ) จังหวัดพะเยา กลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา จังหวัดพะเยา จำนวน 9 โรงเรียน 1.โรงเรียนห้วยข้าวก่ำวิทยา 2.โรงเรียนสุวรรณคณานุสรณ์ 3.โรงเรียนวัดปัวดอย 4.โรงเรียนวัดม่วงชุมวิทยา 5.โรงเรียนป่าแขมวิทยา 6.โรงเรียนราชคฤห์วิทยา 7.โรงเรียนวัดหย่วนวิทยา 8.โรงเรียน นาปรังวิทยา 9.โรงเรียนวัดโพธาราม
แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม 2010 เวลา 13:14 น.) |










About SiRS



