ภาคเอกชนต่อยอดงานวิจัยไบโอเทคเพื่อพัฒนาเป็นชุดตรวจวินิจฉัยแบบ ELISA

การอนุญาตให้สิทธิใช้ประโยชน์ในโมโนโคลนอลแอนติบอดีต่อ AMOZ (3-อะมิโน-5-มอร์ฟอลิโนเมทิล-2-ออกซาโซลิดิโนน) เพื่อการผลิตและจำหน่ายชุดทดสอบอนุพันธ์สารไนโตรฟูแรน แบบ ELISA ในเชิงพาณิชย์ และเพื่อการจำหน่ายผลิตภัณฑ์โมโนโคลนอลแอนติบอดีต่อ AMOZ

ไบโอเทค ได้ให้การสนับสนุนทุนวิจัยแก่ ดร.กิตตินันท์ โกมลภิส จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโครงการ “การพัฒนาชุดตรวจสอบสาร 3-อะมิโน-2-ออกซาโซลิดิโนน และ 3-อะมิโน-5-มอร์ฟอลิโนเมทิล-2-ออกซาโซลิดิโนน ด้วยวิธี ELISA”  ทั้งนี้  บริษัท สยามอินเตอร์ควอลิตี้ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจชุดตรวจวินิจฉัยสารตกค้างชนิดต่างๆ ได้แสดงความสนใจขอรับอนุญาตใช้สิทธิในโมโนโคลนอลแอนติบอดีต่อ AMOZ (3-อะมิโน-5-มอร์ฟอลิโนเมทิล-2-ออกซาโซลิดิโนน) และ AOZ (3-อะมิโน-2-ออกซาโซลิดิโนน) นี้ โดยจะนำไปพัฒนาเป็นชุดตรวจวินิจฉัยแบบ ELISA ซึ่งจะเหมาะสมกับการตรวจตัวอย่างจำนวนมาก เพื่อคัดกรอง เพราะทำได้ง่าย รวดเร็ว ไม่ต้องการผู้เชี่ยวชาญสูง โดยอาศัยหลักการของ direct competitive ELISA  จึงได้มีการลงนามร่วมกันในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิใช้ประโยชน์ในโมโนโคลนอลแอนติบอดีต่อ AMOZ เพื่อการผลิตและจำหน่ายชุดทดสอบอนุพันธ์สารไนโตรฟูแรน แบบ ELISA ในเชิงพาณิชย์ และเพื่อการจำหน่ายผลิตภัณฑ์โมโนโคลนอลแอนติบอดีต่อ AMOZ โดยมีระยะเวลาสัญญา 5 ปี (15 มิถุนายน 2552 - 14 มิถุนายน 2557) ซึ่งปัจจุบันนักวิจัยสามารถพัฒนาโคลนและโมโนโคลนอลแอนติบอดีต่อ AMOZ สำเร็จแล้ว (โดยมีเป้าหมายจะพัฒนาให้สำเร็จ 2 ชนิด คือ AMOZ และ AOZ ภายในปี 2552) ซึ่งโมโนโคลนอลแอนติบอดีต่อ AMOZ ดังกล่าวสามารถนำไปพัฒนาเป็นชุดตรวจวินิจฉัยแบบ ELISA ได้ต่อไป 

ผลสำเร็จจากการวิจัยดังกล่าวมีความสำคัญ และมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมส่งออกเนื้อสัตว์ของประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกเนื้อสัตว์รายใหญ่รายหนึ่งของโลก จากความต้องการของสินค้าที่มีมากขึ้น ทำให้เกษตรกรต้องหาวิธีในการเพิ่มผลผลิตให้เพียงพอกับความต้องการ วิธีหนึ่งที่มีการใช้กันคือ การใช้ยาและสารเคมีเพื่อป้องกันและรักษาโรคที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มยาต้านจุลชีพ เช่น ยาในกลุ่มคลอแรมฟินิคอลและไนโตรฟูแรน ซึ่งผลข้างเคียงตามมาคือเกิดการตกค้างของสารในเนื้อสัตว์และเป็นปัญหาอย่างรุนแรงสำหรับการส่งออกของสินค้าจากประเทศไทย และส่งผลกระทบตามมาคือ การที่ประเทศไทยไม่สามารถส่งออกสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ไปยังต่างประเทศได้ หรือสินค้าถูกตีกลับ โดยเฉพาะในประเทศที่มีความเข้มงวดเกี่ยวกับสารตกค้าง ทำให้ต้องสูญเสียรายได้จากการส่งออก ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสารตกค้างก่อนส่งสินค้าออก ซึ่งการตรวจด้วยวิธีทางเคมีนั้นไม่เหมาะสมในการตรวจตัวอย่างจำนวนมาก ทำให้ต้องใช้ชุดตรวจสอบ ELISA ในการตรวจคัดกรองเบื้องต้น ซึ่งผู้ผลิตชุดตรวจที่มีประสิทธิภาพนั้นจะอยู่ในสหภาพยุโรป ทำให้ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องนำเข้าชุดตรวจที่มีราคาสูงมาใช้งาน โดยมีราคาประมาณ 20,000 – 25,000 บาทต่อชุด (ไตเตอร์เพลท 96 หลุม) 

 

ข่าวสารองค์กร