ไบโอเทคและโนวาร์ตีส ขยายความร่วมมือพัฒนายาใหม่

จากความชำนาญของ 2 หน่วยงาน นำไปสู่การร่วมมือวิจัยเพื่อค้นหาประโยชน์จากจุลินทรีย์และสารธรรมชาติที่ได้จากจุลินทรีย์สำหรับพัฒนายาระหว่างไบโอเทค และ โนวาร์ตีส บริษัทเวชภัณฑ์ชั้นนำของโลก ซึ่งเริ่มต้นเมื่อปี 2548 จากความก้าวหน้าและความสำเร็จที่ผ่านมา ทำให้ไบโอเทคและ โนวาร์ตีส ได้ตกลงขยายสัญญาความร่วมมือต่อไปอีก 3 ปี จนถึงปี 2557

ในการพัฒนายาสมัยใหม่ จะต้องมีการค้นหาสารที่มีฤทธิ์ตามต้องการซึ่งอาจมาจากการสังเคราะห์หรือมาจากสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ สารที่ได้จากธรรมชาติมีข้อได้เปรียบสารสังเคราะห์เนื่องจากธรรมชาติได้สร้างสรรค์และปรับปรุงให้เหมาะสมกับการออกฤทธิ์ในระบบชีวภาพ นอกจากนี้สารธรรรมชาติยังมีโครงสร้างที่ซับซ้อนจนแม้กระทั่งนักเคมีก็สร้างเลียนแบบได้ยาก

ขั้นตอนแรกของการค้นหาตัวยาจากสารสกัดจากพืชหรือจุลินทรีย์ก็คือ การตรวจคัดกรองหาสารที่ออกฤทธิ์ต่อต้านเชื้อ ที่ต้องการ (screening) เช่น สารที่ออกฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรีย ต้านเชื้อวัณโรค หรือต้านคลอเลสเตอรอล เมื่อพบว่า สารสกัดที่ทดสอบแสดงฤทธิ์ยับยั้งเชื้อได้แล้ว นักเคมีจะนำไปศึกษาต่อโดยการทำให้เป็นสารบริสุทธิ์ โดยศึกษาโครงสร้างทางเคมี ตลอดจนดัดแปลงโครงสร้างทางเคมีของสารบริสุทธิ์เพื่อให้ได้อนุพันธ์สารใหม่ที่มีฤทธิ์ดีขึ้น หรือมีคุณสมบัติที่เหมาะสมขึ้น จากนั้นเมื่อได้สารที่มีคุณสมบัติตามต้องการแล้ว ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการทดสอบประสิทธิภาพและการทดสอบความเป็นพิษในสัตว์ (pre-clinical) ก่อนที่จะมีการทดสอบในคน (clinical trial) 3 ระยะ ขั้นตอนสุดท้ายคือการขึ้นทะเบียนยากับองค์การอาหารและยา และเมื่อได้รับการอนุมัติแล้วก็สามารถนำยานั้นเข้าสู่ตลาดได้ การพัฒนายาใหม่ 1 ตัว ใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 14 ปี และงบประมาณลงทุน 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หกหมื่นล้านบาท)

biotec_post

ดร. กัญญวิมว์ กีรติกร ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรม และเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) (ที่ 3 จากซ้าย)และนายริชาร์ด อาเบลา ประธานบริหาร บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด (ที่ 2 จากซ้าย) ลงนามขยายความร่วมมือต่อไปอีก 3 ปี จนถึงปี 2557

ดร. กัญญวิมว์ กีรติกร ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) เปิดเผยว่า  “การร่วมมือกับบริษัทเวชภัณฑ์ยาเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการพัฒนาจากงานวิจัยไปสู่ผลิตภัณฑ์เข้าสู่ท้องตลาด  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการวิจัยพัฒนายานั้น บริษัทเอกชนจะมีเทคโนโลยีเฉพาะทางและเงินทุนในการพัฒนายา เข้าสู่ตลาดได้” ตลอดระยะเวลา 6 ปีภายใต้ความร่วมมือนี้ ( 2548-2554) ทีมวิจัยได้ร่วมกันศึกษาจุลินทรีย์จำนวนถึง 7,200 ตัวอย่าง และสารบริสุทธิ์จำนวน 115 ตัวอย่าง พบว่ามีจุลินทรีย์หลายตัวอย่างที่มีศักยภาพในการสร้างสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ไม่เคยค้นพบมาก่อน

 

นายริชาร์ด อาเบลา ประธานบริหาร บริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า  “การวิจัยร่วมระหว่างศูนย์ไบโอเทคและโนวาร์ตีส ทำให้เราเข้าใจถึงสารประกอบทางชีวภาพจากธรรมชาติที่น่าสนใจ ซึ่งมีอยู่อย่างหลากหลาย      ในประเทศไทย โดยความร่วมมือกับไบโอเทคนี้ มีเป้าหมายในการแสวงหาศักยภาพของสารชีวภาพในประเทศไทยและค้นพบนวัตกรรมยาที่ใช้ในการรักษาโรค อาทิ โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคในเขตร้อน”  นายริชาร์ด กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ความร่วมมือดังกล่าวนี้ ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างศักยภาพด้านการวิจัยในประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างเช่นประเทศไทย อีกทั้ง ทางบริษัทฯยังเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคลากร การฝึกอบรมและเปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ไทยได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีทางด้านชีวภาพที่ทันสมัย ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมไบโอเทคต่อไป นอกจากนี้  ยังมีการจัดสรรทุนให้นักวิทยาศาสตร์ไทยเข้ารับการฝึกอบรมที่ห้องปฏิบัติการวิจัยของโนวาร์ตีส ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ การส่งผู้เชี่ยวชาญของโนวาร์ตีสมาให้คำปรึกษาและฝึกอบรมนักวิจัยรุ่นเยาว์ในประเทศไทย”

“สืบเนื่องจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีคัดแยกและจำแนกจุลินทรีย์ในกลุ่มแอคติโนมัยซีทส์ (actinomycetes) โดยผู้เชี่ยวชาญโนวาร์ตีส ทำให้ไบโอเทคสามารถสร้างคอลเลคชั่นจุลินทรีย์กลุ่มแอคติโนมัยซีทส์ ได้กว่า 6,000 ตัวอย่าง   ในระยะ 6 ปีที่ผ่านมา” ดร. กัญญวิมว์ กล่าว   ซึ่งแอคติโนมัยซีทส์เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่ผลิตสารออกฤทธิ์ที่สำคัญทางการแพทย์ “นอกจากนี้ ไบโอเทคได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการคัดกรองสารออกฤทธิ์ต่อเห็บ (Anti-tick Assay) ซึ่งจะทำให้เราสามารถขยายโอกาสการวิจัยจากการค้นหายารักษาโรคมนุษย์ไปสู่ยารักษาสัตว์เลี้ยงด้วย ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่มากในปัจจุบัน” ดร. กัญญวิมว์ กล่าวเสริม

page Tick2
 

ในความร่วมมือระยะใหม่ จาก 2554 – 2557 ไบโอเทคจะเพิ่มการทำวิจัยในประเทศไทยมากขึ้น อันได้แก่การคัดกรองเบื้องต้นเพื่อหาสารจากจุลินทรีย์ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อปรสิต ก่อนจะนำไปศึกษาวิจัยในขั้นต่อไป  สำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี ทั้ง 2 หน่วยงานได้ตกลงที่จะมีการฝึกสอนเทคนิคการคัดหาและแยกสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากสารสกัด  จุลินทรีย์อย่างมีประสิทธิภาพ  และเทคนิคใหม่ในการทดสอบหาสารออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียให้แก่นักวิจัยไทย

บริษัท โนวาร์ตีส เป็นบริษัทเวชภัณฑ์ ที่นำเสนอโซลูชั่นในการดูแลสุขภาพให้กับผู้ป่วยและสังคม บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นด้านสุขภาพ โดยมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างของผู้ป่วย อาทิ ยานวัตกรรมใหม่  ยาสามัญราคาประหยัด วัคซีนป้องกันโรค เครื่องมือตรวจวินิจฉัยโรค และผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ทั้งนี้ บริษัท โนวาร์ตีส เป็นบริษัทเดียวที่เป็นผู้นำในตลาดดังกล่าว โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองบาเซล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และกลุ่มบริษัทโนวาร์ตีสมีพนักงาน รวมทั้งสิ้นประมาณ 102,000 คน และดำเนินงานใน 140 ประเทศทั่วโลก ในประเทศไทย บริษัท โนวาร์ตีส มีพนักงานกว่า 500 คน โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ และเวชภัณฑ์ที่หลากหลาย ได้แก่ เวชภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ยาสามัญคุณภาพสูง เวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ เวชภัณฑ์เพื่อการดูแลรักษาสุขภาพตนเอง และผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลรักษาดวงตา รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัท โนวาร์ตีส สามารถค้นหาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.novartis.com 

Download Press Release

ประกาศเมื่อ 30 มกราคม 2555

 

 
 

ข่าวสารองค์กร