นักวิจัยไบโอเทค คว้ารางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2557 – 2558

สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ประกาศผลรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2557 – 2558 ประกอบด้วย รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ ประจำปี 2557 และ รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2558 ผลงานของนักวิจัยไบโอเทคได้รับรางวัล ได้แก่

1. รางวัลผลงานวิจัย ระดับดี จากงานวิจัยเรื่อง “การพัฒนาเทคโนโลยีดีเอ็นเอไมโครอะเรย์เพื่อศึกษาปัญหาการเจริญพันธุ์ของกุ้งกุลาดำ” (Development of DNA Microarray Technology to Address Poor Reproductive Maturation Problems in the Black Tiger Shrimp (Peneaus monodon)) ผลงานของคณะวิจัยห้องปฏิบัติการไมโครอะเรย์แบบครบวงจร นำโดย ดร. นิศรา การุณอุทัยศิริ ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยทางชีวภาพ และคณะ ได้แก่ ดร. รุ่งนภา ลีละธนาวิทย์ คุณอุมาพร เอื้อวิเศษวัฒนา คุณธิดาทิพย์ วงศ์สุรวัฒน์ คุณอมรพันธ์ กลั่นจุ้ย และ คุณเนตรชนก ธรรมเนียมดี

research Dr. Nitsara

งานวิจัยนี้เป็นการนำเอาเทคนิคดีเอ็นเอไมโครอะเรย์ ซึ่งเป็นเทคนิคที่สามารถนำมาใช้ในการศึกษาการแสดงออกของยีนปริมาณมากๆ ในคราวเดียวกัน (High throughput gene expression analysis) มาใช้ในการศึกษากลไกที่สำคัญต่อระบบเจริญพันธุ์ของกุ้งกุลาดำ โดยการสร้างแผ่นดีเอ็นเอไมโครอะเรย์ที่บรรจุยีนที่เกี่ยวข้องไว้มากกว่า 5,000 ยีน แล้วนำมาใช้ในการค้นหายีนที่มีความจำเพาะต่อเพศของกุ้งกุลาดำ ศึกษาการแสดงออกของยีนในอัณฑะของพ่อพันธุ์กุ้งกุลาดำ และศึกษาระดับการแสดงออกของยีนในรังไข่ของแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำในสภาวะก่อนและหลังการตัดตาที่ระยะเวลาต่างๆ ซึ่งจากองค์ความรู้ที่ได้ นอกจากทำให้ทราบถึงกลไกทางระบบชีววิทยาแล้ว กลุ่มยีนดังกล่าวยังสามารถพัฒนาไปเป็นตัวบ่งชี้ที่จะบ่งบอกถึงสภาวะความสมบูรณ์พันธุ์ของกุ้งพ่อแม่พันธุ์ได้ ซึ่งในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาเป็นชุดตรวจความสมบูรณ์พันธุ์ของกุ้ง เพื่อช่วยให้เกษตกรง่ายต่อการคัดเลือกกุ้งที่มีคุณภาพดีมาผสมพันธุ์

2. รางวัลวิทยานิพนธ์ ระดับดีเยี่ยม จากวิทยานิพนธ์เรื่อง การศึกษาผลของระบบภูมิคุ้มกันต่อความสามารถในการทำลายก้อนมะเร็งของไวรัส Vesicular stomatitis” (Understanding, and Exploiting, the Contribution of the Immune System to the Therapeutic Efficacy of Oncolytic Virotherapy with Vesicular Stomatitis Virus) โดย ดร. พรพิมล วงศ์ธิดา นักวิจัยห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยาและเซลล์เทคโนโลยี หน่วยวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพสัตว์ โดยมี Professor Dr. Richard Vile จาก Mayo Graduate School ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นที่ปรึกษา

research Dr phonphimon

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาหาวิธีที่มีประสิทธิภาพและมีผลข้างเคียงน้อยที่สุดในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งในประเทศไทย โดยนำเทคโนโลยี oncolytic virus-based technology มาใช้ศึกษาการทำลายก้อนมะเร็งของไวรัส VSV ในหนูทดลองและศึกษาผลของระบบภูมิคุ้มกันทั้งแต่กำเนิดและแบบจำเพาะในการทำลายก้อนมะเร็งของไวรัส VSV รวมถึงยังศึกษาวิธีการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำลายก้อนมะเร็งของไวรัส VSV ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันทั้งแบบระบบภูมิคุ้มกันแต่กำเนิดและระบบภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะต่อความสามารถในการทำลายก้อนมะเร็งของไวรัส VSV โดยการทำลายก้อนมะเร็งของไวรัส VSV นั้นเป็นการฆ่าก้อนมะเร็งโดยตรง ซึ่งเป็นผลมาจากการแบ่งตัวและยังส่งผลถึงการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันที่ช่วยส่งเสริมการทำลายก้อนมะเร็ง ถือว่าการทำลายก้อนมะเร็งของไวรัส VSV เป็นการทำลายแบบ double action ที่สามารถทำลายก้อนมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งในประเทศไทย โดยคาดว่าสามารถลดการตายของผู้ป่วยโรคมะเร็งและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวมในประเทศไทยได้

3. รางวัลวิทยานิพนธ์ ระดับดีเด่น จากวิทยานิพนธ์เรื่อง “การศึกษากระบวนการลำเลียงโปรตีนเยื่อหุ้มหลังสังเคราะห์ในคลอโรพลาสต์”(Post - Translational Membrane Protein Targeting by the Chloroplast Signal Recognition Particle) โดย ดร. พีร์ จารุอำพรพรรณ นักวิจัยห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยาและเซลล์เทคโนโลยี หน่วยวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพสัตว์ โดยมี Professor Shu-ou Shan จากCalifornia Institute of Technology ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นที่ปรึกษา

research Dr. peera

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาความแตกต่างสำคัญระหว่างระบบการขนส่งโปรตีนเยื่อหุ้มหลังสังเคราะห์ (post-translational targeting) โดยใช้ chloroplast signal recognition particle (cpSRP) เป็นกรณีศึกษา และระบบการขนส่งโปรตีนเยื่อหุ้มขณะสังเคราะห์ (co-translational targeting) ซึ่งทั้งสองระบบใช้โปรตีนกลุ่มเดียวกัน แต่มีความแตกต่างกันที่ cpSRP มีประสิทธิภาพในการจับกันของโปรตีนตัวส่งและโปรตีนตัวรับโดยไม่พึ่งพาตัวเร่งปฏิกิริยา และการใช้โปรตีนที่มีคุณสมบัติพิเศษในการป้องกันและแก้ไขการตกตะกอนของโปรตีนลูกค้า (cargos) อาจเป็นข้อบ่งชี้ถึงการปรับตัวให้เข้ากับ ความท้าทายที่เป็นปัญหาเฉพาะในการลำเลียงโปรตีนเยื่อหุ้มที่มีความเป็นไฮโดรโฟบิกโดยปราศจากการปกป้อง จากไรโบโซมได้อย่างรวดเร็วและทันต่อความต้องการของเซลล์ ซึ่งความรู้เหล่านี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาเกี่ยวกับการตกตะกอนของโปรตีนทั้งด้านการแพทย์ เช่น โรคต้อกระจก อัลไซเมอร์ พาร์คินสัน และด้านอุตสาหกรรม เช่น การผลิตเอนไซม์ หรือโปรตีนรีคอมบิแนนท์ที่ความเข้มข้นสูง

4. รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประกาศเกียรติคุณ จากผลงาน “เครื่องตรวจวัดอะฟลาทอกซินแบบรวดเร็ว ขนาดพกพาราคาถูก พร้อมชุดน้ำยาแลมป์เคมีไฟฟ้า” (Portable rapid and low cost aflatoxin sensor with LAMP-Electrochemical detection kit) เป็นผลงานร่วมวิจัยระหว่างนักวิจัย เนคเทค นำโดย ดร. อดิสร เตือนตรานนท์ จากศูนย์นวัตกรรมการพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์และอิเล็กทรอนิกส์อินทรีย์ และคณะ ได้แก่ คุณวัฒณสิทธิ์ พิมเพา คุณจันทร์เพ็ญ ครุวรรณ์ คุณภาติยา ภาสกนธ และ ไบโอเทคนำโดย คุณวรรณสิกา เกียรติปฐมชัย จากห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีชีวภาพและการตรวจวัด และคณะ ได้แก่ ดร. รุ่งกานต์ สืบสิงห์ คุณจันทนา คำภีระ

rapid and low cost aflatoxin sensor

เครื่องตรวจวัดอะฟลาทอกซินแบบรวดเร็ว ขนาดพกพาราคาถูก พร้อมชุดน้ำยาแลมป์เคมีไฟฟ้าเป็นเครื่องมือตรวจคัดกรองเชื้อที่สร้างสารอะฟลาทอกซินให้ผลการตรวจวัดที่รวดเร็ว มีขนาดเล็กพกพาสะดวก และมีต้นทุนการผลิตต่ำโดยเครื่องนี้เป็นการนำเอาเทคนิคการตรวจวัดแบบปฏิกริยาเคมีไฟฟ้าของขั้วไฟฟ้าเคมีมาใช้ในการตรวจวัดสารอะฟลาทอกซินเป็นครั้งแรกกระแสไฟฟ้าที่วัดได้จากปฏิกริยาดังกล่าวจะถูกคำนวนเป็นความเข้มข้นของสารอะฟลาทอกซินและแสดงผลผ่านจอแสดงผลบนตัวเครื่องอย่างถูกต้องและรวดเร็วโดยใช้งานร่วมกับขั้วไฟฟ้ากราฟีน (Graphene-Base Strip) แบบใช้แล้วทิ้งที่สร้างโดยเทคโนโลยีการพิมพ์ทำหน้าที่เป็นเซ็นเซอร์ตรวจวัดที่มีประสิทธิภาพและความไวสูงซึ่งเทคโนโลยีพื้นฐานของเครื่องตรวจวัดนี้สามารถนำไปต่อยอดทางเทคโนโลยีได้อย่างหลากหลายในอนาคตเช่นการตรวจวัดเชื้อโรคหรือสารเคมีปนเปื้อนในอาหาร รวมไปถึงสินค้าทางการเกษตรซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สำคัญของอุตสาหกรรมไทย

ประกาศเมื่อ 23 มกราคม 2558

ข่าวสารองค์กร