ขายทอดตลาดพัสดุชำรุดเสื่อมสภาพ ข.๐๕/๒๕๕๗

        ด้วย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติมีความประสงค์จะขายทอดตลาดพัสดุชำรุดเสื่อมสภาพ รวมจำนวนทั้งสิ้น ๗๖ รายการ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบท้ายประกาศนี้

        เงื่อนไขการขายทอดตลาด มีดังนี้

๑.    การขายทอดตลาดครั้งนี้เป็นการขายทอดตลาดแบบเหมารวม และจะขายโดยวิธีการประมูลด้วยวาจา ซึ่งเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ๗% แล้ว

๒.   ผู้เสนอราคาจะต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นที่เข้ามาเสนอราคาซื้อพัสดุชำรุดครั้งนี้

๓.    ผู้เสนอราคาที่เข้าเสนอราคา กรณีเป็นบุคคลธรรมดาให้นำสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง กรณีเป็นนิติบุคคลให้นำสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่ออกให้ไม่เกิน ๓๐ วัน นับถึงวันประกาศขายทอดตลาดพัสดุชำรุดนี้พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง กรณีเป็นตัวแทนต้องนำหนังสือมอบอำนาจของนิติบุคคลนั้น มาแสดง ณ วันขายทอดตลาด

๔.     ราคาเริ่มต้นของการขายทอดตลาด เริ่มต้นที่ ๔,๔๓๐.๐๐ บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

๕.     ในวันขายทอดตลาด ผู้เข้าเสนอราคาจะต้องวางหลักประกันเป็นเงินสดจำนวน ๒,๐๐๐.๐๐ บาท (สองพันบาทถ้วน)

๖.    กรณีที่ผู้เข้าเสนอราคาไม่ได้มาดูพัสดุในวันและเวลาที่กำหนดเป็นผู้ชนะการประมูล ให้ถือว่าผู้เสนอราคารายนั้นยอมรับสภาพพัสดุที่ประมูลได้นั้น โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น

๗.    การเสนอราคา ผู้เสนอราคาเสนอราคาด้วยวาจา และเสนอราคาเป็นสกุลเงินบาทเพียงอย่างเดียว โดยเสนอราคาเพิ่มขึ้นครั้งละไม่น้อยกว่า ๒๐๐.๐๐ บาท (สองร้อยบาทถ้วน)

๘.    กรณีที่คณะกรรมการจำหน่ายพัสดุเห็นว่า ราคาที่ผู้เสนอราคาได้เสนอราคาแล้ว แต่ราคานั้นยัง ต่ำกว่าราคากลางที่กำหนด คณะกรรมการฯ อาจถอนพัสดุนั้นออกจากการขายทอดตลาดได้

๙.    ผู้เสนอราคาย่อมพ้นความผูกพันในราคาซึ่งตนเสนอ เมื่อมีผู้เสนอราคารายอื่นเสนอราคาที่สูงกว่า หรือเมื่อได้มีการถอนทรัพย์สินรายการนั้นจากการขายทอดตลาด ผู้เสนอราคาก็พ้นความผูกพันเช่นเดียวกัน

๑๐.  ในระหว่างการเสนอราคาพัสดุ เมื่อการเสนอราคาหยุดนิ่ง ๓๐ วินาที ประธานกรรมการจำหน่ายพัสดุจะนับ ๑ – ๓ หากไม่มีผู้เสนอราคารายใดเสนอราคาสูงกว่า การขายทอดตลาดจะสิ้นสุด เมื่อประธานกรรมการฯ นับ ๑ – ๓ และขานชื่อผู้เสนอราคาสุดท้าย ให้ถือว่าผู้เสนอราคารายนั้นเป็น ผู้ชนะการประมูลพัสดุรายการนั้น

๑๑.  ผู้ชนะการประมูลจะต้องจ่ายเงินสดทันที กรณีที่ผู้ชนะการประมูลไม่สามารถชำระเงินสดในคราวเดียวได้ ให้วางเงินสดไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ของราคาที่ประมูลได้ ส่วนที่เหลือต้องชำระให้ครบถ้วนภายใน ๓ วันนับตั้งแต่วันที่ประมูลได้ หากไม่ชำระให้ครบถ้วนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถือว่าสละสิทธิ์ ศูนย์ฯ จะริบเงินที่วางไว้แล้วจะดำเนินการขายทอดตลาดใหม่ต่อไป

๑๒.  ผู้ชนะการประมูลจะต้องรับพัสดุนั้นไปจาก ศูนย์ฯ ให้เสร็จสิ้นภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่ชำระเงินครบถ้วน หากล่วงเลยกำหนดเวลาดังกล่าว ศูนย์ฯ จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันอาจเกิดขึ้นได้

๑๓.  ปัญหาอุปสรรค หรือผลเสียหายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นขณะทำการขนย้าย ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการขนย้ายพัสดุ ผู้ชนะการประมูลเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งสิ้นโดยไม่มีข้อผูกพันกับ ศูนย์ฯ และคณะกรรมการฯ แต่อย่างใด

๑๔.  การดำเนินการในการโอนกรรมสิทธิ์ ตลอดจนค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการโอนกรรมสิทธิ์ของพัสดุที่ขายทอดตลาด ผู้ประมูลได้ เป็นผู้ชำระเองทั้งสิ้น (ถ้ามี)

๑๕.    สำหรับผู้เสนอราคาที่ไม่ชนะการประมูล สามารถขอรับหลักประกันคืนได้ภายหลังการขายทอดตลาดสิ้นสุด

กำหนดดูพัสดุ

วันพฤหัสบดี ที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๓.๒๐ น. ณ ที่ตั้งฟาร์ม โครงการวิจัยและพัฒนาธุรกิจการผลิตโคนม ภายในศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ลำพญากลาง ถนนสุระนารายณ์ ต.หนองรี อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี

กำหนดการขายทอดตลาด

วันพฤหัสบดี ที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๑๓.๒๐ น. ณ ที่ตั้งฟาร์ม โครงการวิจัยและพัฒนาธุรกิจการผลิตโคนม ภายในศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ลำพญากลาง ถนนสุระนารายณ์ ต.หนองรี อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี

๑.    ลงทะเบียนและวางหลักประกันเข้าร่วมการเสนอราคา       เวลา ๑๓.๒๐ – ๑๓.๓๕ น.

๒.    เริ่มการขายทอดตลาด                                          เวลา ๑๓.๓๕ น. เป็นต้นไป

ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมด้ที่งานพัสดุ ห้อง ๑๑๕ ชั้น ๑ อาคารศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ๑๑๓ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ๑๒๑๒๐ ระหว่างวันที่๑ ธันวาคม ๒๕๕๗ ถึงวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๘.๓๐ น. ถึง ๑๖.๓๐ น. (ในวันทำการของศูนย์ฯ) หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข ๐ ๒๕๖๔๖๗๐๐ ต่อ ๓๑๑๑ ,๓๑๑๕ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.biotec.or.th และ www.nstda.or.th

                                      ประกาศ ณ วันที่  ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕

                                                             (นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล)

                                                                     ผู้อำนวยการ

                                               สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ