ทีมวิจัยนวัตกรรมด้าน
พันธุศาสตร์และสรีรวิทยาพืช

ภาพรวมทีมวิจัย
ทีมวิจัยนวัตกรรมด้านพันธุศาสตร์และสรีรวิทยาพืช มุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ด้วยเทคโนโลยีสรีรวิทยา ชีวเคมี การประเมินรูปลักษณ์ขั้นสูงของพืช และอากาศยานไร้คนขับ เพื่อนำมาสร้างฐานความรู้ความเข้าใจต่อการตอบสนองของพืชต่อสภาพแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอันเนื่องมาจากผลกระทบจากสภาวะโลกรวน โดยองค์ความรู้เหล่านี้นำมาเพื่อต่อยอดใช้ในการบริหารจัดการการผลิตพืชอย่างมีประสิทธิภาพและมีความแม่นยำ ตอบโจทย์ปัญหาของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก การเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรผู้ผลิต การผลิตพืชมูลค่าสูง และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานชีวภาพ
พันธกิจวิจัย
– บูรณาการองค์ความรู้ด้านชีวเคมีและสรีรวิทยาพืช ร่วมกับเทคโนโลยีชีวภาพพืชสมัยใหม่ เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มการผลิตพืชด้วยเทคโนโลยีเกษตรเกษตรดิจิทัลและเกษตรแม่นยำ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการการผลิตพืชตามความต้องการของพืชในแต่ละระยะการเจริญเติบโต การกระตุ้นผลผลิตและสารสำคญทางเภสัชวิทยาได้อย่างแม่นยำ สร้างเสริมรายได้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกรผู้ผลิต
– เป็นพันธมิตรที่ดีในการดำเนินงานวิจัยร่วมกับหน่วยงานภายใน สวทช. และหน่วยงานภายนอก เพื่อตอบโจทย์วิจัยด้านนวัตกรรมการเกษตรยั่งยืน และมีผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจฐานชีวภาพ
– พัฒนาองค์ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับการตอบสนองพืชต่อสภาวะความเครียดที่เน้นผลกระทบจากสภาวะโลกรวน ลดผลกระทบจากสภาวะดังกล่าวด้วยสารไบโอสติมูแลนท์
ขอบเขตทีงานวิจัย
ติดตามกิจกรรมของทีมวิจัย
Facebook : https://www.facebook.com/profile.php?id=61581508082942
งานวิจัยด้านเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

– การผลิตต้นยางพาราจากที่มีลักษณะตรงตามพันธุ์ด้วยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อประเภทโซมาติกเอ็มบริโอเจเนซิส (somatic embryogenesis)
โซมาติกเอ็มบริโอเจเนซิสเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสำหรับการขยายพันธุ์ยางพาราในปริมาณมาก แต่ยังประสบปัญหาความแปรปรวนทางทางพันธุกรรม (somaclonal variation) งานวิจัยนี้ได้ปรับสภาวะการชักนำเอ็มบริโอจากชั้นเปลือกหุ้มออวุลชั้นในของเมล็ดพันธุ์ยาง ‘RRIM 600’ โดยพบว่าเมล็ดอายุ 5 สัปดาห์ให้ประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถปรับสภาพต้นกล้า (acclimatization) และย้ายปลูกในแปลงได้สำเร็จ การตรวจสอบความคงตัวทางพันธุกรรมโดยใช้เครื่องหมายโมเลกุล RAPD, SCoT และ SSR แสดงให้เห็นว่าต้นพืชที่ได้ส่วนใหญ่มีลักษณะตรงตามพันธุ์และเหมือนกับต้นแม่ ยกเว้นเพียงตัวอย่างเดียว (T2) โดยสรุป โซมาติกเอ็มบริโอเจเนซิสเป็นวิธีที่เชื่อถือได้ในการผลิตต้นยางพาราที่มีความคงตัวทางพันธุกรรมสูง [Notulae Botanicae Horti Agrobotanici Cluj-Napoca, 2020, 48(4):1901-14 (IF 2022 = 1.2)]
งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
– การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเจริญส่วนยอดช่วยกำจัดการปนเปื้อนของแบคทีเรียและเชื้อราในพันธุ์ขมิ้นชันชั้นดี [In Vitro Cellular & Developmental Biology-Plant, 2022, 58(1):146-54]
– การปรับสภาพในหลอดทดลองของขมิ้นชันภายใต้สภาวะไอโซออสโมติกควบคุม [Plant Biotechnology, 2021, 38(1):37-46]
– ผลกระทบของการปรับสภาพแบบไอโซออสโมติกต่อการเจริญเติบโตภายนอกหลอดทดลองของขมิ้นขาว [In Vitro Cellular & Developmental Biology-Plant, 2025, 61(2):294-305]
งานวิจัยด้านไบโอสติมูแลนท์
– การใช้เชื้อราไมคอร์ไรซาเสริมความทนทานต่อการขาดน้ำในใบบัวบกจากการส่งเสริมการปรับตัวทางสรีรวิทยา สัณฐานวิทยา และชีวเคมี
เชื้อราไมคอร์ไรซาแบบอาร์บัสคูลาร์ (AMF) ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและเพิ่มความทนทานต่อภาวะขาดน้ำในใบบัวบก โดยช่วยเพิ่มการดูดซึมฟอสฟอรัสและรักษาความสามารถในการอุ้มน้ำของดิน งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าพืชที่ได้รับการใส่ AMF มีการเข้าครอบครองรากที่ดีกว่า มีการเจริญเติบโตสูงกว่าและสามารถรักษาสภาพทางสรีรวิทยาได้ดีภายใต้สภาวะขาดน้ำระดับปานกลาง (73% ของความจุความชื้นสนาม) แม้ว่าภาวะขาดน้ำรุนแรง (66% ของความจุความชื้นสนาม) จะทำให้ตัวบ่งชี้ความเครียดเพิ่มขึ้น (อุณหภูมิใบและดัชนีความจากน้ำของพืช) และลดอัตราการสังเคราะห์แสง แต่ AMF ช่วยรักษาสมดุลของออสโมไลต์ (โพรลีนและกลูโคส)และคงการผลิตสารสำคัญ เช่น madecassoside และ centellosides ได้ โดยสรุป การใส่ AMF เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มชีวมวล ปริมาณสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ และความทนทานต่อสภาวะแห้งแล้งระดับปานกลางในใบบัวบก [Agricultural Research, 2024, 13(4):718 – 32 (IF 2024 = 1.1)]
งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
– การบรรเทาความเครียดจากการขาดน้ำในใบบัวบกโดยการพ่นเมทิลจัสโมเนตทางใบ [Journal of Plant Biochemistry and Biotechnology, 2025, 23:1-3]
– ผลของไคโตซานต่อการเจริญเติบโต ลักษณะทางสรีรวิทยา ลักษณะเหง้า และปริมาณเคอร์คูมินอยด์ของขมิ้นชันภายใต้สภาวะขาดน้ำ [Physiology and Molecular Biology of Plants, 2025, 31(6):877-93]
– การส่งเสริมลักษณะรากที่ดีของกาแฟอาราบิกาในระยะต้นกล้า โดยการทำ seed priming ด้วยนาโนซิลิกอน [Agricultural Research, 2025, 26:1-8]
– การลดผลกระทบจากภาวะอุณหภูมิสูงในกาแฟอาราบิกาโดยใช้นาโนซิลิกอนและสารสกัดสาหร่ายทะเล [BMC Plant Biology. 2024, 24(1):1064]
– การใช้ไกลซีนเบทาอีนเพื่อลดความเครียดจากการขาดน้ำในใบบัวบกภายใต้สภาพโรงเรือน [Protoplasma, 2024, 261(4):625-39]
– การบรรเทาความเครียดจากการขาดน้ำในขมิ้นชันโดยการใช้จุลินทรีย์ละลายฟอสเฟตในบริเวณราก [3 Biotech, 2024, 14(3):69]
– การพ่นเมทิลจัสโมเนตทางใบช่วยลดความเครียดจากการขาดน้ำในฟ้าทะลายโจร [Journal of Soil Science and Plant Nutrition, 2023, 23(4):5468-81]
– การบรรเทาความเครียดจากการขาดน้ำ การปรับตัวทางสรีรวิทยา–สัณฐานวิทยา และการเพิ่มปริมาณแอนโดรกราโฟไลด์ในฟ้าทะลายโจรโดยพ่นไกลซีนเบทาอีนทางใบ [Journal of Plant Growth Regulation, 2023, 42(10):6273-85]
– การเสริมศักย์ออสโมซิสและฟอสฟอรัสเพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวภายใต้สภาวะขาดน้ำ โดยใช้เชื้อราไมคอร์ไรซาแบบอาร์บัสคูลาร์ [Scientific Reports, 2023, 13(1):5999]
– การใช้เกลือ NaCl เป็นตัวกระตุ้นเพื่อเพิ่มปริมาณเซนเทลโลไซด์และการปรับตัวทางสรีรวิทยา สัณฐานวิทยาในใบบัวบก [Journal of Plant Biochemistry and Biotechnology, 2022, 31(4):777-87]
– การพ่นซิลิกอนทางใบช่วยควบคุมการสะสมสาร 2-acetyl-1-pyrroline และปรับปรุงการตอบสนองทางสรีรวิทยา สัณฐานวิทยา ผลผลิตในข้าวหอมมะลิไทย [Silicon, 2022, 14(12):6945-55]
– เชื้อราไมคอร์ไรซาแบบอาร์บัสคูลาร์ช่วยปรับการตอบสนองทางสรีรวิทยาและสัณฐานวิทยาในยางพาราภายใต้ความเครียดจากการขาดน้ำ [Biologia, 2022, 77(7):1723-36]
– การประสานการใช้ไนโตรเจนและประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงโดยเชื้อราไมคอร์ไรซาในข้าวโพดที่สัมพันธ์กับชนิดของปุ๋ยอินทรีย์ [Plants, 2022, 29;11(3):369]
– การควบคุมปริมาณเคอร์คูมินอยด์ ความสามารถในการสังเคราะห์แสง น้ำตาลละลายน้ำรวม และลักษณะผลผลิตของเหง้าในขมิ้นชันด้วยการพ่นแพโคลบิวทราโซลทางใบ [Notulae Botanicae Horti Agrobotanici Cluj-Napoca, 2021, 23;49(3):12445]
– สารลดการคายน้ำ (antitranspirant) ช่วยควบคุมการสะสมโซเดียมและเพิ่มผลผลิตในข้าวอินดิกาภายใต้ความเครียดจากเกลือ [Theoretical and Experimental Plant Physiology, 2023, 35(2):99-110]

โครงสร้างพื้นฐานระบบ Plant phenomics ณ โรงเรือนปลูกพืชทดลอง BSL2P อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานีและที่ EECi เพื่อใช้ในการศึกษาองค์ความรู้พื้นฐานของการเจริญเติบโต การให้ผลผลิต การสร้างและสะสมสาร Secondary metabolite ต่างๆ ของพืชที่ตอบสนองต่อปัจจัยแวดล้อมทั้งปัจจัยการผลิตและสภาพแวดล้อม เพื่อใช้ในการบริหารจัดการการผลิตที่มีประสิทธิภาพ และพัฒนาระบบควบคุมการผลิตพืชในระบบควบคุมในอนาคต สนับสนุนนโยบายเกษตร 4.0 โดย High throughput phenotyping หรือ Plant phenomics เป็นเครื่องมือวัดค่าทางด้านสัณฐานวิทยา สรีรวิทยา และชีวเคมีของพืช โดยไม่ทำลายต้นพืช (Non-destructive measurements) ผ่านการใช้กล้องชนิดต่างๆ ตามสถานีเพื่อตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงชีวิตของต้นพืชซึ่งทำให้สามารถศึกษาวิจัยการตอบสนองของพืชต่อปัจจัยแวดล้อมทำได้รวดเร็ว และมีความแม่นยำ โดย NSTDA-Plant Phenomics ที่จัดสร้างขึ้นมีลักษณะเป็น High-throughput ที่มีระบบควบคุมแบบอัตโนมัติ ประกอบด้วย ระบบการขับเคลื่อนแบบลูกกลิ้งโลหะ ระบบการให้น้ำตามค่า Field capacity ระบบการตรวจวัดด้วยกล้อง RGB (Red green blue) กล้อง Fluorescence กล้อง Thermal IR และกล้องชนิด Hyperspectral สามารถตรวจวัดค่าการเจริญเติบโต ความเขียวของใบพืช รูปทรงของใบและต้น ปริมาณน้ำ การคายน้ำ และปริมาณธาตุอาหารในต้นพืช
NSTDA-Plant phenomics เป็นเครื่องมือสมัยใหม่ที่ใช้ระบบอัตโนมัติ ออกแบบตามความต้องการ และไม่มีในหน่วยงานทั่วไปเพื่อให้นักวิจัยของประเทศไทยเข้าถึงและใช้เครื่องมือเหล่านี้จึงจัดให้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้พื้นฐานการใช้เครื่องมือดังกล่าวโดยผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งการประยุกต์ใช้ในการตอบโจทย์วิจัยในแง่มุมต่างๆ ทั้งในด้านกระบวนการเตรียมต้นพืช การย้ายปลูกพืช การลงทะเบียนรายต้น การตรวจวัดด้วยกล้องชนิดต่างๆ การทดสอบประสิทธิภาพความรวดเร็วในการทำงานของชุดเครื่องมือต่างๆ และการแปรผลภาพให้เป็นข้อมูลทั้งในส่วนของชนิดข้อมูลจากเครื่องตรวจวัด การบันทึกข้อมูล การแปรผลจากภาพให้เป็นข้อมูลเชิงปริมาณ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการใช้ระบบ Plant phenomics ในการตอบโจทย์วิจัยเชิงลึกในด้านต่างๆ อันประกอบด้วยลักษณะฟีโนไทป์ของพืช (Plant phenotype) และลักษณะสรีรวิทยาของพืชที่เป็นข้อมูลที่สำคัญในการประเมินลักษณะจำเพาะของพืชแต่ละชนิดที่เกิดจากปัจจัยด้านพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงปฏิสัมพันธ์ของทั้ง 2 ปัจจัย ซึ่งมีความสำคัญในการบริหารจัดการระบบเกษตรแม่นยำ (Precision agriculture) โดยระบบ High throughput phenotyping สามารถช่วยทำให้การประเมินลักษณะฟีโนไทป์ของพืชมีความละเอียดสูง มีความแม่นยำ ไม่ทำลายต้นพืช ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติที่มีความรวดเร็ว สามารถตรวจวัดข้อมูลทางกายภาพและสรีรวิทยาได้
ข้อมูลการบริการ
ทีมวิจัยนวัตกรรมด้านพันธุศาสตร์และสรีรวิทยาพืชให้บริการเทคโนโลยีการประเมินสรีระวิทยาและรูปลักษณ์ขั้นสูงของพืช เพื่อพัฒนาและคัดเลือกพันธุ์พืชที่ให้ผลผลิตเชิงปริมาณที่สูงควบคู่กับมีคุณสมบัติที่ดี ทนต่อสภาวะแวดล้อมที่แปรปรวน และยังรวมไปถึงการคัดเลือกพันธุ์ที่มีคุณสมบัติเชิงคุณภาพ เช่น คุณค่าทางโภชนาการ สารต้านอนุมูลอิสระ และสารสำคัญทางเภสัชวิทยา มีคุณสมบัติตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพืช โดยครอบคลุมการรับจ้างวิจัยสำหรับภาคอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ ภาคเกษตรและผู้ประกอบการ และการวิจัยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐภายในประเทศ ภาคมหาวิทยาลัยและสภาบันวิจัยทั้งภายในประเทศและระดับนานาชาติ
🔬 ขอบเขตการให้บริการ
🎯 กลุ่มเป้าหมาย
ระดับนานาชาติ
🤝 รูปแบบความร่วมมือ

ผู้ช่วยวิจัย

ผู้ช่วยปฏิบัติงานวิจัย

เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ
ทีมวิจัยนวัตกรรมด้านพันธุศาสตร์และสรีรวิทยาพืช
กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการจัดการแบบบูรณาการ
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ
113 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
โทรศัพท์: 02-564-6700