เมื่อวันที่ 2- 4 ธันวาคม 2562 สมาคมกุ้งตะวันออกไทยร่วมกับพันธมิตรในภาคตะวันออกจัดงานนิทรรศการ “งานสัตว์น้ำไทย Aqua Expo 2019” ณ โรงแรม ซันไรส์ลากูน โฮเทลแอนด์กอล์ฟ จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้และข้อมูลทางวิชาการให้กับเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจไทย ยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยไประดับโลก ส่งเสริมการผลิตให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการตลาดสัตว์น้ำโลก และเป็นการสร้างความสามัคคีกับสถานการณ์ทางการตลาดสัตว์น้ำโลกและเป็นการสร้างความสามัคคีในอุตสาหกรรมเพาะสัตว์น้ำไทยให้เป็นหนึ่งเดียว โดยมีคุณเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน

aqua1

โดยภายในงานมีการจัดสัมมนาวิชาการและนิทรรศการด้านสัตว์น้ำเพื่อให้ความรู้เกษตรกร ในโอกาสนี้ ดร.สรวิศ เผ่าทองศุข ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพสัตว์น้ำแบบบูรณาการ ไบโอเทค ได้ร่วมบรรยายในหัวข้อเรื่องนวัตกรรมการเลี้ยงปลาด้วยระบบ RAS (การเลี้ยงปลานิลหนาแน่นสูงระบบน้ำหมุนเวียน) และไบโอเทคยังได้นำผลงานวิจัยและบริการด้านสัตว์น้ำไปร่วมแสดงในนิทรรศการ อาทิเช่น “ชุดตรวจโรคกุ้งLAMP PCR สำหรับโรค WSSV และ TSV” “ชุดตรวจ AMP-Gold ชุดตรวจกุ้งตายด่วน” “ชุดตรวจ blueAmp ตรวจโรคปลานิลและปลาทับทิม” เป็นต้น

  
aqua2 horz

งานงานสัตว์น้ำไทย Aqua Expo จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยได้รับความร่วมมือและความสนใจจากผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าและบริการด้านสัตว์น้ำร่วมจัดนิทรรศการกว่า 100 บริษัท และมีผู้เข้าชมงานกว่า 1,000 คน  

aqua4 horz

ประกาศเมื่อ 12 ธันวาคม 2562 

 

ดร.ธีรวัฒน์ วิวัฒน์พาณิชย์ นักวิจัยจากทีมวิจัยวิศวกรรมโปรตีน-ลิแกนด์และชีววิทยาโมเลกุล กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพระดับโมเลกุลทางการแพทย์ ได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งในนักวิจัย 5 ท่านที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย (finalists) จากผู้สมัครทั้งหมด 121 คน ใน 37 ประเทศทั่วโลก ให้เข้าร่วมการฝึกทักษะการระดมทุนประเภท crowdfunding โดย Social Entrepreneurship to Spur Health (SESH) และ โปรแกรมพิเศษเพื่อวิจัยและฝึกอบรมด้านโรคเขตร้อน (The Special Programme for Research and Training in Tropical Diseases, TDR Global) เพื่อการระดมทุนวิจัยในโครงการ การศึกษาการยับยั้งการถ่ายทอดของเชื้อซิกาจากแม่สู่ลูก (Blocking Zika virus maternal-to-fetal transmission)

 

rice1

ในปัจจุบันนักวิจัยในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางถึงต่ำประสบปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุนวิจัยด้านโรคติดเชื้อ (infectious disease) การระดมทุนในรูปแบบ crowdfunding จึงเป็นทางเลือกใหม่ในการจัดหาทุนวิจัยสำหรับงานวิจัยในสาขาดังกล่าว SESH และ TDR Global จึงได้ริเริ่มโครงการ “Crowdfund your own research” โดยได้เปิดรับข้อเสนอโครงการจากนักวิจัยในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางถึงต่ำโดยมีคณะกรรมการอาสาสมัครประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นสมาชิกของ TDR Global เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอโครงการ โดยนักวิจัยที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย (finalists) ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการฝึกอบรมที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในระหว่างวันที่ 13-14 พฤศจิกายน 2562 กับผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร และผู้เชี่ยวชาญด้าน crowdfunding เพื่อสร้างทักษะในการออกแบบและจัดทำการประชาสัมพันธ์โครงการเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการระดมทุน

rice2 1

โครงการการศึกษาการยับยั้งการถ่ายทอดของเชื้อซิกาจากแม่สู่ลูก (Blocking Zika virus maternal-to-fetal transmission) โดย ดร.ธีรวัฒน์ฯ และคณะ มุ่งพัฒนาระบบการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเยื่อบุมดลูก (endometrium) และเซลล์ทารก (trophoblast cells) ในระบบอวัยวะจำลองแบบสามมิติ (organoids) เพื่อนำมาศึกษากระบวนการการติดเชื้อและการแพร่เชื้อไวรัสซิกาจากแม่สู่ลูก โดยคณะวิจัยจะพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเยื่อบุมดลูกและเซลล์ทารกเพื่อมาใช้ทดสอบแอนติบอดีที่มีการศึกษาเบื้องต้นมาแล้วว่ามีคุณสมบัติสามารถยับยั้งได้ทั้งเชื้อไวรัสเด็งกี่และเชื้อไวรัสซิกา

โรคไข้ซิกา (Zika fever) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสซิกาซึ่งเป็นเชื้อไวรัสตระกูลฟลาวิไวรัส (Flavivirus) โรคไข้ซิกาก่อใก้เกิดปัญหาทั้งด้านสุขภาพและสังคม เนื่องจากเชื้อไวรัสซิกาสามารถถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกในครรภ์ได้ การติดเชื้อไวรัสซิกาในครรภ์มีผลให้การพัฒนาสมองของทารกผิดปกติก่อให้เกิดภาวะสมองเล็กในทารกแรกเกิด ในปี พ.ศ. 2558 ไวรัสซิการะบาดรุนแรงในประเทศแถบลาตินอเมริกา โดยเฉพาะประเทศบราซิล ทำให้องค์กรอนามัยโลก (WHO) ต้องประกาศให้การระบาดของไวรัสซิกาเป็นภาวะที่ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

เมื่อปี พ.ศ. 2559 เชื้อไวรัสซิกาได้มีการระบาดครั้งใหญ่แถบเอเชีย โดยมีประเทศไทยและประเทศสิงคโปร์ เป็นประเทศที่พบการระบาดหนักที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงแม้ว่าระดับการระบาดของเชื้อไวรัสซิกาในแถบเอเชียจะไม่รุนแรงเท่าแถบลาตินอเมริกา แต่ทว่าประเทศไทยมียุงลายจำนวนมากซึ่งเป็นพาหะของเชื้อไวรัสซิกาซึ่งจะส่งผลให้โรคนี้ระบาดมากขึ้นในอนาคต จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนายาหรือวัคซีนเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสซิกาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพร่ของเชื้อไวรัสซิกาจากแม่สู่ลูกในครรภ์ที่ขณะนี้ยังไม่มียาหรือวัคซีนที่สามารถยับยั้งเชื้อไวรัสซิกาได้ การที่จะพัฒนายาหรือวัคซีนเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสซิกาจากแม่สู่ลูกในครรภ์นั้นมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาและเข้าใจกระบวนการการติดเชื้อไวรัสซิกาในมดลูกและรก

ดร.ธีรวัฒน์ และคณะวิจัยจะทดสอบคุณสมบัติของแอนติบอดีที่ได้ศึกษาในการยับยั้งการแพร่เชื้อซิกาจากแม่สู่ทารกในครรภ์เพื่อสร้างพื้นฐานของการพัฒนายาหรือวัคซีนจากต้นแบบยาต้านเชื้อไวรัสเด็งกี่ที่มีอยู่แล้วเพื่อนำมาใช้ยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกาต่อไป

ทั้งนี้นักวิจัยจะประชาสัมพันธ์โครงการเพื่อเปิดให้มีการระดมทุนในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ที่เว็บไซต์ https://www.experiment.com โดยทุกท่านสามารถเข้าไปร่วมบริจาคผ่านทางเว็บไซต์เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโครงการการศึกษาการยับยั้งการถ่ายทอดของเชื้อซิกาจากแม่สู่ลูก โดยไบโอเทค จะแจ้งให้ทุกท่านทราบรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ และช่องทางในการบริจาคอีกครั้งหลังจากที่ campaign ดังกล่าวได้รับการประชาสัมพันธ์ทางเว็บไซต์

ข้อมูลโปรแกรมพิเศษเพื่อวิจัยและฝึกอบรมด้านโรคเขตร้อน (TDR)

โปรแกรมพิเศษเพื่อวิจัยและฝึกอบรมด้านโรคเขตร้อน (TDR) เป็นโปรแกรมนานาชาติเพื่อความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2518 โดยการริเริ่มขององค์การอนามัยโลก (WHO) และมีองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และธนาคารโลก (World Bank) ร่วมให้การสนับสนุน โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนากลไกในการควบคุมโรคติดเชื้อ (infectious disease) และเพิ่มประสิทธิภาพของงานวิจัยเกี่ยวกับโรคติดเชื้อในประเทศที่ถูกคุกคามจากโรคดังกล่าว

ประกาศเมื่อ 23 ธันวาคม 2562

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติเป็นหน่วยงานของรัฐ ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งมีระบบการบริหารที่มิใช่ระบบราชการ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2534 แบ่งส่วนงานภายในเป็น 5 ส่วน ได้แก่ สำนักงานกลาง ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ เพื่อดำเนินการและให้การสนับสนุนการวิจัย พัฒนาและวิศวกรรม ในสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ โลหะและวัสดุ อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ และนาโนเทคโนโลยี

เนื่องจากผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ คนปัจจุบันจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 สำนักงานฯ จึงประสงค์จะรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ในการนี้สำนักงานฯ จึงใคร่เชิญชวนผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ประกาศสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เรื่อง การรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ [PDF]
  • ใบสมัครผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ [PDF] [DOC]

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

นางสาวโสภิดา เนตรวิจิตร
หมายเลขโทรศัพท์ 0 2564 7000 ต่อ 71144 
หมายเลขโทรสาร 0 2564 7021

 

ประกาศเมื่อ 6 ธันวาคม 2562

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2559 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ มูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ สวทช. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กรมการข้าว สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สอวช.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จัดการประชุมเวทีข้าวไทย ปี 2562 เรื่อง “การปรับตัวของชาวนาไทยสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานพิธีเปิดประชุม และ ดร.ธีรยุทธ ตู้จินดา ผู้อำนวยการโปรแกรมนวัตกรรมเพื่อการเกษตรยั่งยืน เป็นผู้แทน สวทช. ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงานดังกล่าว

 

rice1 horz

 

ภายในงานมีการจัดเสวนาเพื่อให้ความรู้กับเกษตรกร อาทิ เรื่อง “การปรับตัวของชาวนาไทยสู่การเป็น “ชาวนามืออาชีพ” โดยมี ดร.กัญญณัช ศิริธัญญา เป็นผู้ดำเนินรายการ เรื่อง “คิดใหม่-ทำใหม่ การจัดการดินและปุ๋ยในนาข้าว” และ “นวัตกรรมแอปพลิเคชั่นบนมือถือเพื่อชาวนา” โดยมี ดร.ธีรยุทธ ตู้จินดา เป็นผู้ดำเนินรายการ และมีร่วมผู้อภิปราย ได้แก่ ดร.พยอม โคเบลลี่ จากกรมการข้าว นำเสนอไลน์คลินิกข้าว กรมการข้าว เพื่อตอบปัญหาเรื่องโรค แมลง ศัตรูข้าว วัชพืช ดิน และปุ๋ยโดยผู้เชี่ยวชาญ  ดร.สุจินต์ ภัทรภูวดล จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำเสนอการวินิจฉัยโรคข้าวผ่านไลน์บอท (Line Bot) โดยหลังจากที่เกษตรกรเข้ามาอยู่ในกลุ่มไลน์บอทแล้ว เกษตรกรสามารถถ่ายรูปและอัปโหลดรูปเข้ามาในกลุ่ม ระบบจะส่งคำวินิจฉัยตอบกลับมาผ่านไลน์บอทพร้อมคำแนะนำในการแก้ไขโดยใช้เวลา 3 ถึง 5 วินาทีต่อภาพ ปัจจุบันสามารถวินิจฉัยได้แล้ว 6 โรค คือ โรคขอบใบแห้ง โรคใบขีดโปร่งแสง โรคไหม้ โรคใบขีดสีน้ำตาล โรคใบจุดสีน้ำตาล และโรคใบหงิก โดยมีพันธมิตรร่วมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน (ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตรกำแพงแสน ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์) เนคเทค สวทช. และ ดร.อุกฤษ อุณหเลขกะ รีคัลท์ สตาร์ตอัพสัญชาติไทยที่ได้รับเงินทุนจากมูลนิธิ Bill & Melinda Gates ได้นำเสนอแอปพลิเคชั่นที่ให้ข้อมูลที่จำเป็นกับเกษตรกรในการวางแผนเพาะปลูกอย่างแม่นยำเป็นรายแปลง เช่น สามารถพยากรณ์ฝนเพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนวันลงปลูกให้เหมาะสมกับช่วงที่ต้องการ/ไม่ต้องการน้ำของพืชเพื่อป้องกันผลผลิตเสียหาย
 

rice2

 

นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการนำเสนอผลงาน “โมบายแอปพลิเคชันเพื่อการวินิจฉัยโรคข้าวโดยใช้การวิเคราะห์ภาพถ่ายและปัญญาประดิษฐ์” เป็นระบบตรวจวินิจฉัย ติดตาม ให้คำแนะนำในการป้องกันและกำจัดโรคข้าว และเตือนภัยโรคข้าวผ่านทางโมบายแอปพลิเคชัน โดย คุณวศิน สินธุภิญโญ และคณะนักวิจัยเนคเทค ร่วมกับ ผศ.ดร.จินตนา อันอาตม์งาม ผศ.ดร.สุจินต์  ภัทรภูวดล ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผลงาน “ข้าวเหนียวหอมนาคา” ทนน้ำท่วมฉับพลัน ต้านทานโรคไหม้ และโรคขอบใบแห้ง แตกกอดี ต้นเตี้ย ไม่หักล้มง่าย ต้นสูงปานกลาง ให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 930 กิโลกรัมต่อไร่ โดย ดร.กัญญณัช    ศิริธัญญา อ.วินิจ นุ่มฤทธิ์ และทีมนักวิจัยไบโอเทค ซึ่งทั้งสองผลงานเป็นผลงานวิจัยภายใต้การสนับสนุนจากโปรแกรมนวัตกรรมเพื่อการเกษตรยั่งยืน สวทช.

ประกาศเมื่อ 23 ธันวาคม 2562

 

Taguchi2019

ดร.วีระวัฒน์ แช่มปรีดา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีไบโอรีไฟเนอรีและชีวภัณฑ์ และ คุณณรงค์ อรัญรุตม์ ผู้ช่วยวิจัยอาวุโส ทีมวิจัยเทคโนโลยีวิศวกรรมชีวภาพและการตรวจวัด กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยและการค้นหาสารชีวภาพ ได้รับรางวัลวิจัยทะกุจิ ประจำปี 2562 จากสมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย

veravat

ดร.วีระวัฒน์ ฯ ได้รับรางวัลประเภทนักวิจัยดีเด่น จากผลงานเรื่อง “การพัฒนาและวิศวกรรมเอนไซม์และจุลินทรีย์จากฐานความหลากหลายทางชีวภาพเพื่ออุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรีและเศรษฐกิจฐานชีวภาพ” ซึ่งมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าของวัสดุทางการเกษตรของประเทศโดยการบูรณาการองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีชีวภาพและกระบวนการทางเคมี ควบคู่ไปกับการพัฒนาจุลินทรีย์และเอนไซม์เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยการพัฒนาเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรีตั้งแต่การปรับสภาพและแยกองค์ประกอบของวัสดุลิกโนเซลลูโลส ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นสำหรับการเปลี่ยนชีวมวลลิกโนเซลลูโลสเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ การค้นหาเอนไซม์จากจุลินทรีย์ในคลังของไบโอเทคร่วมกับการใช้เทคโนโลยีเมตาจีโนมิกที่พัฒนาขึ้นเพื่อเข้าถึงแหล่งทรัพยากรจุลินทรีย์ที่เพาะเลี้ยงไม่ได้ในห้องปฏิบัติการ (uncultured microbes) เพื่อค้นหายีนเป้าหมายและจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในการย่อยชีวมวลลิกโนเซลลูโลส ซึ่งช่วยสร้างความเข้าใจเชิงลึกต่อกลไกการทำงานของจุลินทรีย์และเอนไซม์ในกระบวนการชีวเคมีในการย่อยชีวมวลลิกโนเซลลูโลสในสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ได้ทำการสร้าง “Enzyme library” ซึ่งรวบรวมเอนไซม์ในรูปแบบเอนไซม์ดิบที่มีกิจกรรมของเอนไซม์ที่หลากหลายและรีคอมบิแนนท์เอนไซม์ซึ่งมีกิจกรรมเฉพาะ รวมทั้งพัฒนาประสิทธิภาพของเอนไซม์ไซแลเนสทนร้อนที่ได้จากเมตาจีโนมของกองชานอ้อยที่มีความจำเพาะในการผลิตไซโลโอลิโกแซคคาไรด์ และเอนไซม์ไซแลเนสทนด่างที่ได้จากเมตาจีโนมของจุลินทรีย์ในลำไส้ปลวกซึ่งมีศักยภาพในการใช้ในกระบวนการฟอกเยื่อกระดาษโดยใช้เทคนิคทางวิศวกรรมเอนไซม์ด้วยวิธี rational design และ directed evolution เพื่อเพิ่มความสามารถในการเร่งปฏิกิริยาและความเสถียรในสภาวะที่ใช้ในกระบวนทางการอุตสาหกรรม โดยน้ำตาลที่ได้จากการแยกองค์ประกอบชีวมวลลิกโนเซลลูโลสจะถูกเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพและสารชีวเคมีภัณฑ์โดยจุลินทรีย์ที่ผ่านการปรับปรุงด้วยเทคนิค adaptive evolution หรือการสร้างวิถีการสังเคราะห์สารเป้าหมายโดยอาศัยองค์ความรู้ทางชีววิทยาสังเคราะห์ร่วมกับการพัฒนาชีวกระบวนการต้นแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสารผลิตภัณฑ์ ซึ่งการดำเนินงานวิจัยดังกล่าวได้มีความร่วมมือกับภาคเอกชนชั้นนำทั้งในและต่างประเทศในกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรจุลินทรีย์ของประเทศและเพิ่มมูลค่าวัสดุทางการเกษตร เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมไบโอรีไฟเนอรีและอุตสาหกรรมชีวภาพที่ยั่งยืนของประเทศ

Narong

คุณณรงค์ ฯ ได้รับรางวัลประเภทวิทยานิพนธ์ดีเด่น ระดับปริญญาโท จากผลงานเรื่อง “การพัฒนาเทคนิคอณูชีววิทยาที่มีความจำเพาะและความไวในการตรวจเชื้อแบคทีเรียก่อโรคที่ปนเปื้อนในอาหาร” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาวิธีทางอณูชีววิทยาในการตรวจเชื้อแบคทีเรียก่อโรคที่ปนเปื้อนในอาหารและเปรียบเทียบการตรวจตัวอย่างกับวิธีการเพาะเลี้ยงแบบดั้งเดิม โดยทำการพัฒนาวิธีการตรวจทางอณูชีววิทยา จำนวน 2 เทคนิค ประกอบด้วย เทคนิคมัลติเพล็กซ์พีซีอาร์ที่สามารถตรวจเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในอาหารจำนวน 3 สายพันธุ์ (Salmonella spp. Bacillus cereus และ Staphylococcus aureus) พร้อมกันในคราวเดียว และเทคนิคแลมป์ร่วมกับการอ่านผลด้วยเครื่องวัดความขุ่นแบบง่ายในการตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย Salmonella spp. ที่ปนเปื้อนในอาหาร เมื่อนำทั้งสองเทคนิคที่พัฒนาขึ้นไปใช้สุ่มตรวจตัวอย่างเนื้อหมูและเนื้อไก่แล้วเปรียบเทียบผลการตรวจกับวิธีการเพาะเลี้ยงเชื้อแบบดั้งเดิมพบว่าให้ผลความไว ความจำเพาะและความแม่นยำในการตรวจสูง แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาวิธีตรวจเชื้อแบคทีเรียก่อโรคและปนเปื้อนในอาหารด้วยเทคนิคทางอณูชีววิทยานี้มีประสิทธิภาพสูงเหมาะสำหรับนำไปประยุกต์ใช้ทดแทนวิธีการเพาะเลี้ยงเชื้อแบบดั้งเดิม ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการตรวจสอบการปนเปื้อนของแบคทีเรียในอาหารได้

รางวัลทะกุจิ เป็นรางวัลที่มอบให้แก่นักวิทยาศาสตร์ที่มีผลงานวิจัยดีเด่น นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่มีผลงานวิทยานิพนธ์ดีเด่น และภาคเอกชนที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและพัฒนาเทคโนโลยีในด้านการศึกษา วิจัยและการประยุกต์ใช้วิทยาการในสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ ทั้งที่เกี่ยวกับเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และสาธารณสุขภายในประเทศไทย นักวิจัยที่ได้รับรางวัลได้ร่วมเสนอผลงานในการประชุมวิชาการประจำปีของสมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย The 31st Annual Meeting of the Thai Society for Biotechnology and International Conference (TSB 2019) ณ จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 10 - 12 พฤศจิกายน 2562

ประกาศเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2562

Page 1 of 2

ข่าวสารองค์กร