คณะนักวิจัยไทยร่วมกับไต้หวัน ประสบความสำเร็จในการพัฒนาวิธีการตรวจแบคทีเรียสาเหตุกุ้งตายด่วน (Early Mortality Syndrome: EMS) โดยคณะนักวิจัยได้ตกลงเผยแพร่ข้อมูลวิธีการตรวจสู่สาธารณะเพื่อนำไปใช้ในการลดการระบาดของโรค

ปัญหากุ้งตายด่วน หรือกุ้ง EMS เริ่มมีการระบาดครั้งแรกในประเทศจีน ในปี 2552 และมีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วสู่ประเทศเวียดนาม มาเลเซีย และไทย ในปี 2553 2554 และ 2555 ตามลำดับ จากตัวอย่างกุ้งตายด่วนที่ทำการศึกษา พบว่ามีตัวอย่างที่มีโรคของตับและตับอ่อนวายฉับพลัน (Acute Hepatopancreatic Necrosis Disease, AHPND) เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งมักจะเกิดขึ้นหลังการปล่อยลูกกุ้งลงบ่อดินไม่เกิน 35 วัน ในต้นปี 2556 พบว่าแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคนี้คือแบคทีเรียในกลุ่ม Vibrio parahaemolyticus ในขณะนั้นถึงแม้จะทราบสาเหตุของโรค แต่การควบคุมและป้องกันแบคทีเรียสาเหตุนี้เป็นไปได้ยาก เนื่องจากยังขาดวิธีการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคที่มีความจำเพาะและรวดเร็ว ที่สามารถจะนำไปใช้ตรวจหาเชื้อก่อโรคในพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ และคัดกรองลูกกุ้งก่อนปล่อยลงบ่อดินได้

EMS

คณะนักวิจัยไทย นำโดย ศ.ดร. ทิมโมที เฟลเกล ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยวิจัยเพื่อความเป็นเลิศเทคโนโลยีชีวภาพกุ้ง ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยที่เกิดจากความร่วมมือของศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติและคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมมือกับคณะนักวิจัยไต้หวันนำโดย Prof. Chu Fang Lo(National Cheng Kung University (NCKU)) ประสบความสำเร็จในการพัฒนาวิธีการตรวจแบคทีเรียสาเหตุกุ้งตายด่วน EMS ด้วยเทคนิคพีซีอาร์ (PCR) ซึ่งการตรวจแบคทีเรียก่อโรคได้นี้จะช่วยลดการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของเชื้อก่อโรค EMS ลงได้ และลดความเสี่ยงในการระบาดของแบคทีเรียชนิดนี้ต่อไป

ด้วยเล็งเห็นถึงผลกระทบของโรคระบาดนี้ต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งในระดับโลก และความเร่งด่วนที่จะต้องควบคุมการระบาด คณะนักวิจัยจึงได้เปิดเผยข้อมูลต่างๆ ทั้งวิธีการ และลำดับเบสในการออกแบบไพรเมอร์สำหรับตรวจหาเชื้อดังกล่าวสู่สาธารณะ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำวิธีการไปใช้เพื่อลดความเสี่ยงการระบาดของโรคได้อย่างกว้างขวาง

ในประเทศไทยงานวิจัยนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง หน่วยวิจัยเพื่อความเป็นเลิศเทคโนโลยีชีวภาพกุ้ง (Centex Shrimp), มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาและคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นอกจากนี้ยังได้รับทุนสนับสนุนงานวิจัยในปี 2554 จาก สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)  สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) สวทช มหาวิทยาลัยมหิดล ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งปัตตานี ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัท ซายอาคควาสยาม จำกัด และ ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ส่วนหน่วยงานในไต้หวัน ได้แก่ สภาวิทยาศาสตร์แห่งชาติไต้หวัน (Taiwan National Science Council), มหาวิทยาลัยแห่งชาติเชงกุง (National Cheng Kung University; NCKU), มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University; NTU) และ Uni-president Enterprises Corporation

ดาวน์โหลด: Announcement regarding free release of primers for specific detection of bacterial isolates that cause acute hepatopancreatic necrosis disease (AHPND)

ประกาศเมื่อ 26 ธันวาคม 2556

หนังสือ “พืชจีเอ็ม: มุมมองกระแสโลก” เป็นหนังสือที่ ไบโอเทค จัดทำขึ้น เพื่อรวบรวมข้อมูลสถานภาพพืชดัดแปลงพันธุกรรมในแง่ต่างๆ ตั้งแต่พื้นฐานของการของการพัฒนาพืชดัดแปลงพันธุกรรม สถานภาพแนวโน้มการวิจัยและพัฒนา และสถานภาพการปลูกเพื่อการพาณิชย์ของประเทศต่างๆ รวมทั้ง นำเสนอสถานภาพล่าสุดของประเทศไทย ทั้งในแง่การวิจัยพัฒนา การกำกับดูแล ประเด็นท้าทายที่ประเทศไทยจะต้องเผชิญ และข้อเสนอแนวทางมาตรการเพื่อรองรับในเรื่องดังกล่าว

GM plant book

ผู้ที่สนใจ สามารถรับหนังสือฉบับนี้ได้ที่ อาคารศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ. ปทุมธานี มีจำนวนจำกัดเพียง 50 เล่ม หรือสามารถดาวน์โหลดได้ ที่นี่

ประกาศเมื่อ 20 ธันวาคม 2556

เอนไซม์ดูโอสำหรับการลอกแป้งและกำจัดสิ่งสกปรกบนผ้าฝ้ายแบบขั้นตอนเดียว (ENZease) และ เครื่องตรวจวัดอะฟลาทอกซินแบบรวดเร็วขนาดพกพา (AflaSense) ได้รับรางวัลเหรียญทอง ในงาน Seoul International Invention Fair (SIIF) 2013 ประเทศเกาหลี

SIIF2013 ENZease 

ENZease เป็นเอนไซม์ที่ผลิตได้จากการหมักเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรที่มีกิจกรรมของทั้งเอนไซม์อะไมเลส และเพคติเนส เรียกได้ว่าเป็น “เอนไซม์ดูโอ” ที่สามารถทำงานได้ดีในช่วงพีเอชและอุณหภูมิที่ใกล้เคียงกัน โดยเอนไซม์นี้สามารถนำไปใช้ทดแทนการใช้สารเคมีที่ใช้ในระบบได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังช่วยลดการใช้น้ำ ค่าใช้จ่ายในการบำบัดน้ำเสีย ช่วยลดขั้นตอนในกระบวนการเตรียมผ้า ลดพลังงานและต้นทุนการผลิตโดยรวมได้ นอกจากนี้การใช้เอนไซม์ในกระบวนการผลิตจะไม่ส่งผลเสียต่อคุณภาพความแข็งแรงของผ้าเหมือนการใช้สารเคมี เพราะเอนไซม์จะทำงานแบบจำเพาะเจาะจง แตกต่างจากการใช้สารเคมี ซึ่งสามารถทำปฏิกิริยากับเส้นใยของผ้าได้ด้วย จะส่งผลให้ความแข็งแรงของผ้าลดลง ดังนั้นกระบวนการลอกแป้งและกำจัดสิ่งสกปรกบนผ้าฝ้ายแบบขั้นตอนเดียวด้วยเทคโนโลยีนี้จะนำไปสู่การพัฒนากระบวนการผลิตผ้าฝ้ายในอุตสาหกรรมสิ่งทอที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ENZease เป็นผลงานวิจัยร่วมระหว่างไบโอเทค เอ็มเทค และ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ธนไพศาล

SIIF2013 Alphasense

AflaSense เป็นเครื่องมือใช้สำหรับตรวจวัดเชื้อที่สร้างสารอะฟลาทอกซิน ให้ผลการตรวจวัดที่รวดเร็ว มีขนาดเล็กพกพาสะดวก และมีต้นทุนการผลิตต่ำ โดยเครื่องนี้เป็นการนำเอาเทคนิคการตรวจวัดแบบปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้าของขั้วไฟฟ้าเคมีมาใช้ในการตรวจวัดสารอะฟลาทอกซินเป็นครั้งแรก กระแสไฟฟ้าที่วัดได้จากปฏิกิริยาดังกล่าวจะถูกคำนวณเป็นความเข้มข้นของสารอะฟลาทอกซิน และแสดงผลผ่านจอแสดงผลบนตัวเครื่องอย่างถูกต้องและรวดเร็ว โดยใช้งานร่วมกับขั้วไฟฟ้ากราฟีน (Graphene-Base Strip) แบบใช้แล้วทิ้งที่สร้างโดยเทคโนโลยีการพิมพ์ ทำหน้าที่เป็นเซ็นเซอร์ตรวจวัดสารปนเปื้อนอะฟลาทอกซินที่มีประสิทธิภาพและความไวสูง ซึ่งเทคโนโลยีพื้นฐานของเครื่องตรวจวัดนี้ สามารถนำไปต่อยอดทางเทคโนโลยีได้อย่างหลากหลายในอนาคต เช่นการตรวจวัดเชื้อโรคหรือสารเคมีปนเปื้อนในอาหาร รวมไปถึงสินค้าทางการเกษตร ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สำคัญของอุตสาหกรรมไทย

AflaSense เป็นงานวิจัยร่วมระหว่างนักวิจัยเนคเทค และ ไบโอเทค ซึ่งนอกจากจะได้รับรางวัลเหรียญทองแล้ว ผลงานนี้ยังได้รับ เหรียญรางวัลพิเศษจาก International Warsaw Invention Show ประเทศโปแลนด์ อีกด้วย

งาน Seoul International Invention Fair (SIIF) 2013 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 9 ในระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2556 โดยสมาคมส่งเสริมสิ่งประดิษฐ์ของเกาหลี (Korea Invention Promotion Association; KIPA) ซึ่งเป็นงานจัดแสดงผลงานจากนักประดิษฐ์ทั่วโลก ปีนี้มีผลงานเข้าร่วมประกวดและแสดงทั้งสิ้น 710 ผลงาน จาก 31 ประเทศ โดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ส่งเสริมและสนับสนุนนำผลงานไทยเข้าร่วมประกวดและแสดงนิทรรศการทั้งสิ้น 50 ผลงาน ได้รับรางวัลเกียรติยศ 13 รางวัล รางวัลเหรียญทอง 15 รางวัล เหรียญเงิน 14 ผลงาน และเหรียญทองแดง 19 ผลงาน

ประกาศเมื่อ 13 ธันวาคม 2556

 

เมื่อวันที่ 12-13 ธันวาคม 2556 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าจัดงาน “นิทรรศการวิชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า 2556” โดยมีหน่วยงานทั้งจากภาครัฐและเอกชน 26 หน่วยงาน ร่วมจัดงาน ณ หอสมุด โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จ. นครนายก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้อาจารย์และนักเรียนนายร้อย นำความรู้ไปประยุกต์ใช้สำหรับงานวิจัย การแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อกองทัพบก และประเทศชาติ ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการ พร้อมด้วยคณาจารย์ และนักเรียนจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จำนวนประมาณ 400 คน

CRMA1

ในงานนี้ ไบโอเทคนำผลงานวิจัยด้านการปรับปรุงพันธุ์ข้าวด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ โดยนำข้าวสายพันธุ์ดี ที่สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมต่างๆ ไปร่วมจัดแสดง พร้อมกันนี้ ได้นำเสนอข้อมูลและบริการห้องปฏิบัติการพลังงานและเคมีชีวภาพ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างไบโอเทค นาโนเทค บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เพื่อดำเนินงานวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมด้าน Biorefinery เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพและสารเคมีประเภทต่างๆ จากวัตถุดิบทางการเกษตรที่มีในประเทศ 

rice    biorefinery 

สำหรับผลงานอื่นๆ ของศูนย์แห่งชาติ ภายใต้ สวทช. ที่ไปแสดงในงานนี้ ได้แก่ ปุ๋ยนาโน ลดปัญหาดินเสื่อม ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน,    ชิปขยายสัญญาณรามาน เพื่อใช้ในการตรวจจับสารเสพติด, ชุดตรวจไส้เดือนฝอยด้วยชิป (F4-Kit) และโปรแกรมจัดการและให้บริการกุญแจรหัสลับปลอดภัยสำหรับระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ เป็นต้น

นอกจากนี้ มีหน่วยงานอื่นร่วมนำเสนอข้อมูลและงานวิจัย เช่น สำนักพัฒนาและวิจัยทางทหารกองทัพบก นำเสนอโครงการวิจัยและพัฒนาระบบการพิสูจน์การบุกรุกป่าโดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมแบบ CCD และ Hyper-Spectrum และโรงเรียนเตรียมทหาร นำเสนอแบบจำลองเป้ายิงฉับพลันเคลื่อนที่ เป็นต้น

ประกาศเมื่อ 19 ธันวาคม 2556

ไบโอเทค ร่วมกับกระทรวงเกษตร ปศุสัตว์และประมง ประเทศอาร์เจนตินา จัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง Argentina–Thailand Workshop on Biosafety and Food Security for Genetically Modified Crops เมื่อวันที่ 25–27 พฤศจิกายน 2556 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานด้านนโยบาย กฏระเบียบ และงานวิจัย ด้านความปลอดภัยทางชีวภาพและความมั่นคงทางด้านอาหารสำหรับพืชดัดแปลงพันธุกรรมระหว่างไทยและอาร์เจนตินา โดยกิจกรรมประกอบด้วยงานสัมนาเปิด เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ที่สนใจ รับทราบแนวคิด แนวปฏิบัติ นโยบาย พร้อมทั้งสถานการณ์ปัจจุบันของทั้งสองประเทศ การเยี่ยมชมและหารือกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง และการหารือความร่วมมือ

Workshop Thai Argentina

การสัมมนาเปิดในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 เป็นการบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางชีวภาพและความมั่นคงทางด้านอาหารสำหรับพืชดัดแปลงพันธุกรรม ครอบคลุมการทำงานด้านนโยบาย กฏระเบียบ งานวิจัย รวมถึงสถานการณ์ในอดีต ปัจจุบัน อนาคต และผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจของเทคโนโลยีการดัดแปลงพันธุกรรม จากทั้งฝ่ายอาร์เจนตินาและไทย ซึ่งโดยสรุปแล้ว ประเทศอาร์เจนตินา เริ่มดำเนินงานวิจัยและพัฒนาพืชดัดแปลงพันธุกรรมในปี พ.ศ. 2534 และอนุมัติให้มีการค้าผลผลิตจากพืชดัดแปลงพันธุกรรมได้ใน พ.ศ. 2539 ปัจจุบัน ประเทศอาร์เจนตินามีพื้นที่เพาะปลูกพืชดัดแปลงพันธุกรรมติดอันดับสามของโลก และส่งออกถั่วเหลืองและข้าวโพด เป็นหลัก ในด้านกฎระเบียบ รัฐบาลอาร์เจนตินาเริ่มประกาศใช้กรอบนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการดัดแปลงพันธุกรรม เมิ่อปี พ.ศ. 2535 และมีการปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ครอบคลุมการดัดแปลงพันธุกรรมจุลินทรีย์ สัตว์ และพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ปัจจุบัน อาร์เจนตินา เป็นหนึ่งในประเทศต้นแบบของโลกด้านความปลอดภัยทางชีวภาพและความมั่นคงทางอาหารสำหรับพืชดัดแปลงพันธุกรรม ข้อมูลเพิ่มเติมด้านความปลอดภัยทางชีวภาพของประเทศอาร์เจนตินา สามารถอ่านได้ที่ https://64.76.123.202/site/agregado_de_valor/biotechnology/index.php

นอกจากนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญอาร์เจนตินา ได้เข้าพบและหารือถึงปัญหาและผลกระทบของงานวิจัยด้านพืชดัดแปลงพันธุกรรม รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา ร่วมกับคณะผู้บริหารและนักวิจัย สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร ทั้งนี้ ในส่วนของการหารือความร่วมมือ ไบโอเทคในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการเทคนิคด้านความปลอดภัยทางชีวภาพและกระทรวงเกษตร ปศุสัตว์และประมง ประเทศอาร์เจนตินา ตกลงที่จะมีความร่วมมือด้านการพัฒนานโยบายความปลอดภัยทางชีวภาพและความมั่นคงทางด้านอาหารสำหรับพืชดัดแปลงพันธุกรรมต่อไป

South-South Meeting

งานสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง Argentina–Thailand Workshop on Biosafety and Food Security for Genetically ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศ (สพร.) กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการต่างประเทศอาร์เจนตินา ภายใต้โครงการความร่วมมือ ว และ ท ระหว่างไทยและอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากการเดินทางไปศึกษาและฝึกอบรมด้านนโยบายความปลอดภัยทางชีวภาพและความมั่นคงทางด้านอาหารสำหรับพืชดัดแปลงพันธุกรรม ณ ประเทศอาร์เจนตินา ของคณะผู้เชี่ยวชาญไบโอเทค เมื่อปี พ.ศ. 2554

ประกาศเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2556

 

Page 1 of 3

ข่าวสารองค์กร